วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 5


“ถ้าอย่างงั้น ฉันจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับคุณลาภิณ แค่นี้ถือว่าคุ้มพอรึยังคะ”

ลาภิณตอบสวนทันที “ก็ดี ฉันตกลงตามนี้”

พิสัยถอนใจพรืดเดินเลี่ยงไปอย่างหัวเสีย ลาภิณจ้องหน้าเจติยายิ้มเย้ย ๆ เจติยาจ้องหน้าคืน สีหน้าเจ็บใจ

ขณะที่ตำรวจกำลังขนศพของปรียาขึ้นรถพยาบาล เจติยายืนคุยกับนวัชห่างจากรถพยาบาลไปเล็กน้อย

“ถ้างานนี้ไม่มีอะไร มีหวังพี่ถูกเด้งเข้ากรุยาวแน่เลยนะเจ”

“เจหนักกว่าพี่หมวดอีก ทั้งตกงานแล้วยังต้องคืนหุ้นด้วย”

เจติยาหันไปมองที่รถพยาบาล เห็นวิญญาณ ของปรียานั่งหน้าซีดขาวอยู่บนรถพยาบาลข้างศพของตนเอง วิญญาณของปรียาหันมามองเจติยาแล้วยิ้มเย็น ๆ ให้

เจติยากลัว รีบหลบสายตาปรียา หันไปพูดกับนวัช “พี่หมวดไม่ต้องกังวลหรอก เจมั่นใจว่าพี่หมวดไม่เดือดร้อนแน่นอน”

นวัชมองเจติยาด้วยความแปลกใจ ชักสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าทำไมเจติยาถึงมั่นใจขนาดนี้ เจติยารวมความกล้าชำเลืองมองไปที่รถพยาบาลอีกครั้ง ไม่มีวิญญาณปรียาอยู่แล้ว

ชูจิตไม่เห็นด้วยที่ลาภิณไปหักหน้าพิสัยเรื่องจะไล่เจติยาออก “แม่ไม่เห็นด้วยเลยนะ ที่ต้นหักหน้าน้าพิสัยเค้าแบบนั้น”

“หักหน้าอะไรกันครับคุณแม่ ผมก็แค่ไม่ให้น้าเค้าทำเกินหน้าที่ ไล่พนักงานออกตามใจชอบ ก็เท่านั้นเอง ดีไม่ดี เราจะได้หุ้นคืนมาสบาย ๆ ยิงปืนนัดเดียว”

“ก็แค่สัญญาปากเปล่า ถึงเวลาเด็กนั่นอาจจะเบี้ยวก็ได้ แต่ตอนเนี้ย คุณต้นก็มีปัญหากับน้าพิสัยกะคุณชัยวัฒน์ไปแล้วนะคะ ปริมไม่รู้ว่ามันจะคุ้มกันมั้ย”

“หนูปริมพูดถูก ต้นคิดดูนะ ว่าบริษัทเรากำไรปีนึงตั้งเท่าไหร่ เงินปันผลสิบเปอร์เซ็นต์ มันเกินพอที่เด็กนั่นจะอยู่สบาย ๆ ไม่ต้องทำงานก็มีกิน ใครมันจะยอมคืนหุ้น หิวเงินซะขนาดนั้น”

“ถึงเด็กนั่นไม่คืน ผมก็ยอมให้น้าไล่คนโน้นคนนี้ออกตามใจชอบไม่ได้หรอกครับแม่ ไม่งั้นตำแหน่งประธานของผมจะมีความหมายอะไร”

“คิดหยุมหยิมอะไรไม่เข้าท่าเลยต้น”

“แต่เด็กคนนี้ก็แน่ดีนะครับแม่ ไม่กลัวน้าพิสัยเลยซักนิด บริษัทเราหาคนแบบนี้ยาก ผมชักหายข้องใจแล้วว่าเด็กนี่มีดีอะไร ทำไมคุณพ่อถึงยกหุ้นให้ตั้งสิบเปอร์เซ็นต์”

“จะมีดีอะไร ถ้าไม่ใช่...แม่ไม่อยากพูดให้เป็นเสนียดปาก”

ลาภิณยิ้ม ๆ ก้มทานอาหารต่อไป ปริมเหล่มองลาภิณด้วยสายตาไม่พอใจนัก จะชื่นชมอะไรมันนัก

นทีแวะไปช่วยมยุรีจัดร้านเตรียมขายข้าวแกงตอนเย็นได้แป๊บเดียว พอมีโทรศัพท์มาตามนทีก็รีบร้อนออกไปจากร้านทันที มยุรีง่วนขายของอยู่คนเดียวที่ร้าน ไม่นานนักก็เป็นลมล้มพับไป นิษฐาแวะไปเยี่ยมมยุรีพอดี เลยรีบพามยุรีไปส่งโรงพยาบาล แล้วรีบโทรศัพท์บอกเจติยาให้รีบตามไปสมทบ

ลาภิณแวะไปคุยงานกับเจติยาที่ห้องแต่งศพ พอรู้ว่าเจติยากำลังจะรีบออกไปโรงพยาบาล จึงอาสาขับรถไปส่ง อ้างว่าจะได้คุยธุระในรถให้จบ ๆ ไป แต่จริง ๆ แล้วอยากตามไปสืบประวัติเจติยา

พอไปถึงโรงพยาบาล เจติยาก็รีบเข้าไปเยี่ยมแม่ในห้องไอซียู ลาภิณแอบเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามนิษฐาที่ยืนรออยู่หน้าห้องไอซียูด้วยกัน จนได้รู้ว่ามยุรีป่วยเป็นโรคไตมานานแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนไตเพราะไม่มีเงิน เจติยาต้องทำงานไปเรียนไปแล้วยังต้องดูแลทั้งแม่และน้อง ลาภิณเริ่มเห็นใจ และไม่คิดว่าเจติยาจะเป็นเมียน้อยพ่อจริง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงมีเงินเปลี่ยนไตให้มยุรีไปนานแล้ว

หลังจากนิษฐากลับไปแล้ว ลาภิณเห็นว่าเจติยายังไม่ได้ทานอะไร จึงเดินไปซื้อนมมาให้เจติยาดื่ม จังหวะนั้นเองวิญญาณของปรียาได้มาปรากฎตัวให้เจติยาเห็น

“ตามพวกมันไป แล้วบอกให้ทุกคนรู้ ว่าชายชั่วกับหญิงแพศยาคู่นี้ มันทำอะไรไว้กับฉัน”

เจติยาหันไปมองเห็นสามีปรียากำลังเดินควงแขน คลอเคลียกับพยาบาลคนหนึ่งผ่านไป ลาภิณหันมองตามเจติยาไปจึงได้เห็นสามีปรียาเช่นกัน เจติยารีบลุกเดินตามสามีปรียาไป ลาภิณตกใจกลัวเกิดเรื่องรีบตามเจติยาไปติด ๆ

สามีปรียาเดินคลอเคลียกับพยาบาลมาที่รถของตนที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาล แล้วพากันขึ้นรถขับออกไป เจติยาขอร้องให้ลาภิณช่วยขับรถตามไปจนถึงหน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่ง สามีปรียากับพยาบาล เดินโอบเอว หอมแก้มกัน พากันเข้าคอนโดฯ เจติยาขอยืมโทรศัพท์มือถือลาภิณมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วรีบส่งไปให้นวัชดูทันที

ลาภิณขับรถพาเจติยาไปส่งที่บ้าน เจติยาเห็นนทีเดินคุยกับเพื่อนสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสก็รีบปรี่เข้าไปเล่นงานน้องชายทันที ลาภิณตกใจมากรีบตามไปดู

“แกไปไหนมานที ทำไมถึงไม่อยู่ดูแลแม่”

นทีโมโห ไม่พอใจที่พี่ด่าต่อหน้าสาว “เลิกโวยวายซะทีเถอะพี่เจ ผมอยู่ช่วยงานแม่มาทั้งวัน ผมก็ต้องไปธุระบ้างสิ ทีพี่ยังไปเที่ยวกับผู้ชายได้เลย”


ขอบคุณ เนื้อหาจาก  เดลินิวส์  :)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น