วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รากบุญ :: ทูไนท์โชว์




ทูไนท์โชว์ : 3 ธันวาคม 2555 : ไมค์ พิรัชต์, มาร์กี้, เฟิสท์ เอกพงศ์ - รากบุญ
Tonight Show : ทอล์คโชว์ : 3 ธ.ค. 55
3 Dec 2012 แจ็คกี้, กิก ดนัย
ขอขอบคุณ ไทยทีวีสี ช่อง 3 ch3
รายการทูไนท์โชว์ โดย คุณต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์
และทีมงาน ยูทูป คลิป วีดีโอ Youtube clip VDO video

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รากบุญ | ดูย้อนหลัง ตอนที่ 2


รากบุญ  2-1


รากบุญ  2-2 


รากบุญ  2-3 


รากบุญ  2-4


รากบุญ  2-5


รากบุญ  2-6


รากบุญ  2-7


รากบุญ  2-8


รากบุญ  2-9 


[CR] http://www.doolakorntv.com/14237

ทีเซอร์ที่ทำเองจากทีมงาน เพจ รากบุญ Rak Boon ช่อง 3



แอดมินเพจรากบุญ ตั้งใจทำมาฝากแฟน ๆ ละครรากบุญนะคะ ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ 

วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รากบุญ | ดูย้อนหลัง ตอนที่ 1

รากบุญ 1-1


 รากบุญ 1-2


  รากบุญ 1-3


รากบุญ 1-4


รากบุญ  1-5


รากบุญ  1-6

รากบุญ 1-7


รากบุญ  1-8


รากบุญ  1-9


ขอบคุณวิดิโอจาก  http://www.doolakorntv.com/14227

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 5


“ถ้าอย่างงั้น ฉันจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับคุณลาภิณ แค่นี้ถือว่าคุ้มพอรึยังคะ”

ลาภิณตอบสวนทันที “ก็ดี ฉันตกลงตามนี้”

พิสัยถอนใจพรืดเดินเลี่ยงไปอย่างหัวเสีย ลาภิณจ้องหน้าเจติยายิ้มเย้ย ๆ เจติยาจ้องหน้าคืน สีหน้าเจ็บใจ

ขณะที่ตำรวจกำลังขนศพของปรียาขึ้นรถพยาบาล เจติยายืนคุยกับนวัชห่างจากรถพยาบาลไปเล็กน้อย

“ถ้างานนี้ไม่มีอะไร มีหวังพี่ถูกเด้งเข้ากรุยาวแน่เลยนะเจ”

“เจหนักกว่าพี่หมวดอีก ทั้งตกงานแล้วยังต้องคืนหุ้นด้วย”

เจติยาหันไปมองที่รถพยาบาล เห็นวิญญาณ ของปรียานั่งหน้าซีดขาวอยู่บนรถพยาบาลข้างศพของตนเอง วิญญาณของปรียาหันมามองเจติยาแล้วยิ้มเย็น ๆ ให้

เจติยากลัว รีบหลบสายตาปรียา หันไปพูดกับนวัช “พี่หมวดไม่ต้องกังวลหรอก เจมั่นใจว่าพี่หมวดไม่เดือดร้อนแน่นอน”

นวัชมองเจติยาด้วยความแปลกใจ ชักสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าทำไมเจติยาถึงมั่นใจขนาดนี้ เจติยารวมความกล้าชำเลืองมองไปที่รถพยาบาลอีกครั้ง ไม่มีวิญญาณปรียาอยู่แล้ว

ชูจิตไม่เห็นด้วยที่ลาภิณไปหักหน้าพิสัยเรื่องจะไล่เจติยาออก “แม่ไม่เห็นด้วยเลยนะ ที่ต้นหักหน้าน้าพิสัยเค้าแบบนั้น”

“หักหน้าอะไรกันครับคุณแม่ ผมก็แค่ไม่ให้น้าเค้าทำเกินหน้าที่ ไล่พนักงานออกตามใจชอบ ก็เท่านั้นเอง ดีไม่ดี เราจะได้หุ้นคืนมาสบาย ๆ ยิงปืนนัดเดียว”

“ก็แค่สัญญาปากเปล่า ถึงเวลาเด็กนั่นอาจจะเบี้ยวก็ได้ แต่ตอนเนี้ย คุณต้นก็มีปัญหากับน้าพิสัยกะคุณชัยวัฒน์ไปแล้วนะคะ ปริมไม่รู้ว่ามันจะคุ้มกันมั้ย”

“หนูปริมพูดถูก ต้นคิดดูนะ ว่าบริษัทเรากำไรปีนึงตั้งเท่าไหร่ เงินปันผลสิบเปอร์เซ็นต์ มันเกินพอที่เด็กนั่นจะอยู่สบาย ๆ ไม่ต้องทำงานก็มีกิน ใครมันจะยอมคืนหุ้น หิวเงินซะขนาดนั้น”

“ถึงเด็กนั่นไม่คืน ผมก็ยอมให้น้าไล่คนโน้นคนนี้ออกตามใจชอบไม่ได้หรอกครับแม่ ไม่งั้นตำแหน่งประธานของผมจะมีความหมายอะไร”

“คิดหยุมหยิมอะไรไม่เข้าท่าเลยต้น”

“แต่เด็กคนนี้ก็แน่ดีนะครับแม่ ไม่กลัวน้าพิสัยเลยซักนิด บริษัทเราหาคนแบบนี้ยาก ผมชักหายข้องใจแล้วว่าเด็กนี่มีดีอะไร ทำไมคุณพ่อถึงยกหุ้นให้ตั้งสิบเปอร์เซ็นต์”

“จะมีดีอะไร ถ้าไม่ใช่...แม่ไม่อยากพูดให้เป็นเสนียดปาก”

ลาภิณยิ้ม ๆ ก้มทานอาหารต่อไป ปริมเหล่มองลาภิณด้วยสายตาไม่พอใจนัก จะชื่นชมอะไรมันนัก

นทีแวะไปช่วยมยุรีจัดร้านเตรียมขายข้าวแกงตอนเย็นได้แป๊บเดียว พอมีโทรศัพท์มาตามนทีก็รีบร้อนออกไปจากร้านทันที มยุรีง่วนขายของอยู่คนเดียวที่ร้าน ไม่นานนักก็เป็นลมล้มพับไป นิษฐาแวะไปเยี่ยมมยุรีพอดี เลยรีบพามยุรีไปส่งโรงพยาบาล แล้วรีบโทรศัพท์บอกเจติยาให้รีบตามไปสมทบ

ลาภิณแวะไปคุยงานกับเจติยาที่ห้องแต่งศพ พอรู้ว่าเจติยากำลังจะรีบออกไปโรงพยาบาล จึงอาสาขับรถไปส่ง อ้างว่าจะได้คุยธุระในรถให้จบ ๆ ไป แต่จริง ๆ แล้วอยากตามไปสืบประวัติเจติยา

พอไปถึงโรงพยาบาล เจติยาก็รีบเข้าไปเยี่ยมแม่ในห้องไอซียู ลาภิณแอบเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามนิษฐาที่ยืนรออยู่หน้าห้องไอซียูด้วยกัน จนได้รู้ว่ามยุรีป่วยเป็นโรคไตมานานแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนไตเพราะไม่มีเงิน เจติยาต้องทำงานไปเรียนไปแล้วยังต้องดูแลทั้งแม่และน้อง ลาภิณเริ่มเห็นใจ และไม่คิดว่าเจติยาจะเป็นเมียน้อยพ่อจริง ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงมีเงินเปลี่ยนไตให้มยุรีไปนานแล้ว

หลังจากนิษฐากลับไปแล้ว ลาภิณเห็นว่าเจติยายังไม่ได้ทานอะไร จึงเดินไปซื้อนมมาให้เจติยาดื่ม จังหวะนั้นเองวิญญาณของปรียาได้มาปรากฎตัวให้เจติยาเห็น

“ตามพวกมันไป แล้วบอกให้ทุกคนรู้ ว่าชายชั่วกับหญิงแพศยาคู่นี้ มันทำอะไรไว้กับฉัน”

เจติยาหันไปมองเห็นสามีปรียากำลังเดินควงแขน คลอเคลียกับพยาบาลคนหนึ่งผ่านไป ลาภิณหันมองตามเจติยาไปจึงได้เห็นสามีปรียาเช่นกัน เจติยารีบลุกเดินตามสามีปรียาไป ลาภิณตกใจกลัวเกิดเรื่องรีบตามเจติยาไปติด ๆ

สามีปรียาเดินคลอเคลียกับพยาบาลมาที่รถของตนที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาล แล้วพากันขึ้นรถขับออกไป เจติยาขอร้องให้ลาภิณช่วยขับรถตามไปจนถึงหน้าคอนโดฯ แห่งหนึ่ง สามีปรียากับพยาบาล เดินโอบเอว หอมแก้มกัน พากันเข้าคอนโดฯ เจติยาขอยืมโทรศัพท์มือถือลาภิณมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วรีบส่งไปให้นวัชดูทันที

ลาภิณขับรถพาเจติยาไปส่งที่บ้าน เจติยาเห็นนทีเดินคุยกับเพื่อนสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสก็รีบปรี่เข้าไปเล่นงานน้องชายทันที ลาภิณตกใจมากรีบตามไปดู

“แกไปไหนมานที ทำไมถึงไม่อยู่ดูแลแม่”

นทีโมโห ไม่พอใจที่พี่ด่าต่อหน้าสาว “เลิกโวยวายซะทีเถอะพี่เจ ผมอยู่ช่วยงานแม่มาทั้งวัน ผมก็ต้องไปธุระบ้างสิ ทีพี่ยังไปเที่ยวกับผู้ชายได้เลย”


ขอบคุณ เนื้อหาจาก  เดลินิวส์  :)

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 4


“อ้าว คุณต้น มาไม่บอกกันเลยนะครับ ผมจะได้มาต้อนรับ”

ลาภิณยิ้มแบบรู้ทัน “วันนี้เราใจตรงกันเลยนะครับ หรือมีใครสายด่วนไปรายงานว่าผมจะมา” หัวหน้าฝ่ายหลบสายตาไปเล็กน้อย

“จะมีไม้ลอตใหม่มาส่ง ผมต้องเข้ามาเช็กสินค้าอยู่แล้ว”

“งั้นผมกลับเลยแล้วกัน มีธุระต่อ” พูดจบลาภิณก็เดินกลับไปทันที

พอลาภิณเดินลับตาไปแล้ว พิสัยก็รีบหันไปถามหัวหน้าฝ่าย “มันเอาเอกสารอะไรไปมั่ง”

“ใบออร์เดอร์ลูกค้ากับบิลค่าใช้จ่ายน่ะครับ”

“ไม่มีอะไรผิดสังเกตใช่มั้ย”

“มือใหม่ไร้ประสบการณ์ จับเรายากครับ”พิสัยยิ้มพอใจ ตบบ่าหัวหน้าฝ่ายแล้วเดินนำไปด้านใน เหล่าลูกน้องตามประกบแจ

กลับมาถึงบ้าน เจติยารีบเอาเงินค่าแรงแบ่งให้แม่ไว้ใช้จ่าย มยุรีบอกจะเอาไปให้นทีจ่ายค่าเรียนพิเศษ เจติยาแอบเคือง พอเดินผ่านไปทางห้องนอนนทีได้กลิ่นบุหรี่ลอยออกมา เจติยาก็โมโหมากรีบปรี่เข้าไปทุบประตูห้องนอนนทีโครม ๆทันที นทีตกใจมากรีบหยิบสเปรย์ปรับอากาศมาฉีดทั่วห้อง แล้วใช้สเปรย์ดับกลิ่นปากฉีดใส่ปากตัวเอง ดับกลิ่นบุหรี่ ก่อนเดินไปเปิดประตูห้องคุยกับเจติยา เจติยาจับไม่ได้คาหนังคาเขา จำต้องปล่อยนทีไป แถมหนุงหนิงยังมาปรากฏตัวให้เห็น เจติยาจึงรีบร้อนเดินตามหนุงหนิงไป

ตอนที่ 3

“จะพาพี่ไปไหนหนิง”

หนุงหนิงหยุดเดินหันมาทั้งตัว “หนิงไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่มีใครฆ่าหนิงด้วยพี่เจ”

หนุงหนิงเล่าให้เจติยาฟังทั้งน้ำตาว่าเมื่อวันเกิดเหตุ เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับปั๊มแฟนเก่าอยู่ที่ระเบียงอพาร์ตเมนต์ หนุงหนิงบอกกับปั๊มว่าเธอทำใจได้แล้ว ของที่ปั๊มเคยซื้อให้จะส่งคืนให้ทั้งหมด แต่ขอเก็บเสื้อยืดไว้ตัวเดียว หนุงหนิงไม่ทันระวัง ขยับตัวไปโดนเสื้อยืดที่วางไว้อยู่ตรงราวระเบียง เสื้อยืดปลิวตกลงไปด้านล่าง อารมณ์รักและหวงเสื้อมาก หนุงหนิงตามคว้าเสียหลักตกระเบียงตามเสื้อไป

หนุงหนิงพาเจติยาไปหาปั๊มที่บ้าน “หนิง อยากให้พี่เจช่วยบอกปั๊ม หนิงตายไม่ใช่ความผิดของปั๊ม ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น”

ปั๊มเปิดประตูเดินออกมาจากบ้านพอดี เจติยา เดินเข้าไปทัก แล้วพูดบอกปั๊มตามที่หนุงหนิง บอก ตอนแรกปั๊มไม่เชื่อ หนุงหนิงให้เจติยาอธิบายรายละเอียดเสื้อยืดที่ปั๊มเป็นคนออกแบบ ปั๊มถึงได้ยอมเชื่อคำพูดของเจติยา หนุงหนิงได้บอกทุกอย่างกับปั๊มแล้วก็หมดห่วง ค่อย ๆ จางหายไป

เจติยาทำหน้าที่บอกความจริงให้หนุงหนิง เสร็จเรียบร้อย พอกลับมาถึงบ้านก็ได้เห็นที่ปากยักษ์บนฝากล่องรากบุญมีดาวโลหะสีดำเพิ่มมาอีก 1 เหรียญ เจติยาหยิบดาวโลหะสีดำนั้นมาดูเทียบกับดาวโลหะเหรียญก่อนที่ตอนนี้เป็นสีดำเหมือนกัน ลวดลายบนดาวโลหะแตกต่างกัน เจติยามีสีหน้าติดใจสงสัย ก่อนจะเอาดาวโลหะมาติดที่ข้างฝากล่องอีกข้าง...ดาวติดสนิททันทีพร้อมสว่างวูบเรืองแสงทองขึ้นมา เจติยาพยายามแกะดาวโลหะออกก็แกะออกไม่ได้...

เจติยาหลับตาภาวนา “ขอให้ช่วยแม่ให้หายได้จริง ๆ เถอะ…เหลืออีกงานเดียวเท่านั้น”

เช้าวันรุ่งขึ้น ลาภิณเห็นเจติยามาตอกเข้าทำงานสาย จึงรีบปรี่เข้าไปต่อว่า

“ถึงเธอจะมีหุ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีอภิสิทธิ์มาทำงานเลทได้เป็นชั่วโมง ๆ อย่างงี้หรอกนะ”

“ขอโทษนะคะ ฉันยังเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ ทำงานแบบเข้ากะ ไม่ได้ทำงานตามเวลาเหมือนพนักงานคนอื่น แล้ววันนี้ลุงทวีขอลาไปทำธุระ ฉันก็เลยมาช่วยทำงานแทน”

“ลื่นไหลได้ตลอด เดี๋ยวจะมีลูกค้าวีไอพีมา เธอดูแลศพภรรยาเค้าให้ดี ๆ ด้วยล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันดูแลศพทุกศพเต็มที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว ลูกค้าจะได้ตามที่ต้องการทุกอย่างค่ะ”

“มีปากก็พูดได้ทั้งนั้นล่ะ ใครจะรู้ว่าเธอจะทำได้จริงอย่างที่ปากพูดรึเปล่า”

“ไม่ไว้ใจก็ให้คุณลาภิณเข้าไปจับผิดการทำงานของดิฉันที่ห้องแต่งศพสิคะ ถ้าคุณกล้าพอ”

ลาภิณรับไม่ได้ที่โดนดูถูก รีบเดินตามเจติยาไปที่ห้องแต่งศพทันที

“นี่ไงคะ ศพคุณปรียา ลูกค้าวีไอพีของคุณ จะตรวจดูซักหน่อยมั้ยคะ”

ลาภิณกลัวแต่ยังทำฟอร์ม “ไม่ต้องเปิด เธอทำหน้าที่ของเธอให้ดีก็แล้วกัน”

เจติยายิ้ม ๆ รู้ทันว่ากลัว หญิงสาวเดินไปล้างมือ ใส่ถุงมือ พร้อมกับพูดไปด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์อยากแกล้ง “ฉันต้องทำงานตามคิวนะคะ ศพของคุณปรียา ต้องรอก่อน คุณช่วยหยิบถาดนั่นให้ฉันหน่อยสิคะ ถาดที่มีผ้าคลุมอยู่ข้าง ๆ คุณนั่นไงคะ”

ลาภิณเปิดผ้าคลุมออก แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นใบหู ของมนุษย์วางอยู่ในถาด ลาภิณ
เด้งถอยเหยง แต่พยายามเก็บอาการ

“ศพนั้นได้รับอุบัติเหตุร้ายแรงมากน่ะค่ะ หูฉีกขาด ฉันคงต้องเย็บติดให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้สภาพศพดูดีที่สุดน่ะค่ะ” เจติยาจงใจยื่นมือไปหยิบใบหูมาผ่านตรงหน้าลาภิณช้า ๆ

“ฉันขึ้นไปเคลียร์งานก่อน” ลาภิณรีบเดินออกไปทันที ท่าทางผะอืดผะอม

“แค่นี้ก็เผ่นซะแล้วคุณหนู นี่น่ะเหรอจะคอยจับตาดูฉัน”

ทันใดนั้นเอง ศพของปรียาก็เด้งลุกขึ้นนั่ง แล้วหันมาพูดกับเจติยาด้วยใบหน้าถมึงทึง น่าหวาดกลัว “บอกความจริง” เจติยาตกใจสุด ๆ ผงะถอยกระแทกตู้ คิดไม่ถึงว่างานต่อไปของกล่องรากบุญที่มอบหมายให้เธอคือ ศพของปรียานั่นเอง

พิสัยเรียกเจติยามาต่อว่า “เธอมีหน้าที่อะไรก็ทำไป อย่ามาสะเออะรู้ดีไปหน่อยเลย”

“ดิฉันรู้หน้าที่ตัวเองดีค่ะ แต่ยังไงศพของคุณปรียาก็ต้องได้รับการชันสูตรจากทางนิติเวชก่อน”

สามีปรียาท่าทางโมโหมาก “จะต้องชันสูตรอะไรอีก ภรรยาผมป่วยเป็นอัมพาตมาตั้งหลายปี ใคร ๆ ก็รู้ แล้วผมก็จัดการถูกต้องทุกอย่าง ไม่อย่างงั้นจะออกใบมรณบัตรได้เหรอ”

“ได้ยินชัดแล้วใช่มั้ย เธอรีบไปจัดการทำความสะอาดศพคุณปรียาแล้วก็ฉีดยาให้เรียบ ร้อยซะ จะได้ทันงานศพเย็นนี้”

เจติยาไหว้พิสัย กับสามีปรียา “ดิฉันต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ ถ้าไม่ได้รับผลการชันสูตรจากทางนิติเวชก่อน ดิฉันคงทำให้ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”

ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ของพิสัยดังขึ้น พิสัยกดสปีกเกอร์โฟนรับอย่างหัวเสีย เลขาบอกให้รู้ว่ามีตำรวจมาขอรับศพปรียาไปชันสูตร พิสัยหน้าเสีย ในขณะที่สามีปรียาโกรธจัดมาก

“คุณคอยดูนะคุณพิสัย ถ้าผมไม่ได้จัดพิธีศพภรรยาผมภายในเย็นนี้ ผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายคุณ”

สามีปรียาเดินออกจากห้องไปด้วยความโมโหจัด พิสัยรีบเดินตามสามีปรียาไปด้วยความร้อนใจ เจติยาหน้าเสีย ไม่สบายใจที่ทำให้บริษัทเดือดร้อน เลยรีบตามไปอีกคน

“คุณชัยวัฒน์ครับ ฟังผมอธิบายก่อนครับ คุณชัยวัฒน์” พิสัยรีบเดินไปดักหน้าสามีปรียา

“ผมไว้ใจคุณ ถึงได้เอาศพภรรยามาอยู่ในความดูแลของบริษัทคุณ แล้วนี่น่ะเหรอะคือสิ่งที่คุณตอบแทนความไว้วางใจของผม ผมจะประจานความเฮงซวยของบริษัทคุณออกสื่อ ให้รู้ไปทั้งประเทศเลยคอยดู”

สามีปรียาเดินหงุดหงิดหนีไป พิสัยโมโหมาก หันกลับไป เล่นงานเจติยาทันที

“เพราะเธอยุ่งไม่เข้าเรื่องแท้ ๆ รู้มั้ยว่าบริษัทจะเสียหายแค่ไหน...ฉันไล่เธอออก”

“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ” ลาภิณทำ หน้ากวน ๆ เดินเข้ามาหา มีปริมเดินตามหลังมาติด ๆ “คนที่จะไล่ใครในบริษัทนี้ออกได้น่าจะเป็นผมคนเดียวมากกว่า”

“ต้นก็รู้ดีว่าคุณชัยวัฒน์เป็นใคร มีปัญหากับคนระดับนี้ ไม่เป็นผลดีกับบริษัทแน่ ๆ”

“มีปัญหากับใครก็ไม่ดีทั้งนั้นล่ะครับ แต่ถึงยังไง ผมก็ต้องถามเหตุผลก่อน ว่าไง ทำไมเธอถึงต้องส่งศพคุณปรียาให้ตำรวจด้วย”

“ฉันทำไปตามระเบียบที่ลุงทวีสอนไว้ค่ะ แล้วฉันก็เห็นว่าการตายของคุณปรียามันผิดธรรมชาติ

ปริมหมั่นไส้ปนดูถูก “อย่างเธอจะรู้ได้ยังไงยะ”

“สู่รู้น่ะสิ คุณปรียาเป็นอัมพาตมาตั้งหลายปีแล้ว ตายไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก พยานรู้เห็นก็มี ไม่งั้นเค้าจะออกใบมรณบัตรมาได้ยังไง”

“ถ้าเราจะจัดฉากให้ตายแบบดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็สามารถทำได้ไม่ใช่เหรอคะ”

“ฉันว่าเธอคงดูซีรีส์ฝรั่งมากไปแล้วล่ะ”

ลาภิณรีบตัดบท “เอาล่ะ อย่ามาเถียงกันให้เสียเวลาเลย ยังไงตอนนี้ศพก็อยู่ในมือตำรวจแล้ว อีกไม่นานเราก็คงรู้ผลการชันสูตร แล้วถ้ามันไม่ใช่การฆาตกรรม เธอจะรับผิดชอบยังไง”

“ฉันยินดีลาออกค่ะ” พิสัยแค่นขำ ดูถูก “กะแค่ลูกจ้างชั่วคราวอย่างเธอลาออก มันจะชด ใช้ความเสียหายให้บริษัทได้ตรงไหน มองมุมไหนก็ไม่คุ้ม”

ขอบคุณเนื้อหาจาก เดลินิวส์

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

รายละเอียดเนื้อเรื่องและตัวแสดง


เรื่องย่อ รากบุญ
บทประพันธ์ : ช่อมณี
บทโทรทัศน์ : เอกลิขิต
กำกับการแสดง : ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์
ผลิต : บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด โดย ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
แนวละคร : ลึกลับ สืบสวน
ออกอากาศ : ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทางช่อง 3 รอคอนเฟิร์ม วันออกอากาศ
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่มตอนแรก ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 -
จำนวนตอนออกอากาศ : 14 / + / -

เมื่อสูญเสียบิดาเสาหลักของครอบครัวไป เจติยา หรือ เจ (ราศี บาเล็นซิเอก้า) นักศึกษาปีสุดท้ายคณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จำต้องหางานพิเศษทำเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนของตนเองและนที (สเตฟาน สายชล ปารเนียส) ผู้เป็นน้องชาย แล้วยังต้องหาค่ารักษา มยุรี (ชนานา นุตาคม) มารดาซึ่งป่วยด้วยโรคไต

วันหนึ่งมารดาของเธอป่วยหนักอย่างกะทันหัน จนต้องล้างไตเพื่อรอเปลี่ยนไต เจติยากลุ้มใจหนักกับความทุกข์ความทรมานของผู้เป็นมารดา ประกอบกับ นที น้องชายที่เป็นความหวังของครอบครัว กลับมีความประพฤติก้าวร้าวหนักและเอาแต่ใจเพิ่มขึ้น มันทำให้เธอเครียดและวิตกกังวลอย่างมาก

ไม่นานต่อมา เจติยาได้รับกล่อง “รากบุญ” มาจากเพื่อนสูงวัยที่ชื่อ ลุงทวี (ญาณี ตราโมท) ซึ่งทำงานตบแต่งศพที่บริษัทนิราลัยด้วยกัน

โดยกล่องรากบุญเป็นกล่องสีดำสนิท ถูกแกะสลักเป็นรูปยักษ์อ้าปาก และไม่สามารถเปิดออกเองได้ แม้กล่องจะไม่ได้ถูกปิดล็อคก็ตาม ลุงทวีบอกความลับของกล่องลึกลับใบนี้ให้หล่อนพิจารณา เพื่อใช้คลี่คลายปัญหาในครอบครัวอย่างที่ชายชราเคยทำมาก่อนแล้ว

ทั้งนี้เจติยาจะต้องทำความดีให้ครบสามอย่างเป็นการแลกเปลี่ยน แล้วจะสามารถขอพรจากกล่องนี้ได้หนึ่งอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำความดีนั้นให้สำเร็จในเวลาหนึ่งเดือน ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องตาย และนอกจากนี้ยังไม่สามารถทิ้งกล่องนี้ไปได้จนกว่าจะหาผู้ครอบครองคนใหม่มารับหน้าที่แทนได้

เมื่ออับจนหนทาง ในที่สุดเจติยาจึงตอบรับการสืบทอดถือครองกล่องลึกลับต่อจาก คุณสารัช (สมมาตร ไพรหิรัญ) เจ้าของบริษัทนิราลัย บิดาของ ลาภิณ (พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล) หรือ ต้น ซึ่งเพิ่งตายจากไป โดยมีลุงทวีเป็นผู้ให้คำแนะนำและคำเตือนกับเธอ

ภายหลังจากบิดาของลาภิณตาย พิสัย (โกสินทร์ ราชกรม) น้าชายผู้เป็นน้องชายของ นางชูจิต (อภิรดี ภวภูตานนท์) แม่ของเขาเป็นผู้ดูแลบริษัทนิราลัยซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับจัดการศพครบวงจรตลอดมา และพยายามกีดกันมิให้ลาภิณ ซึ่งเป็นทายาทตัวจริงมายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อหวังกอบโกผลประโยชน์อย่างเต็มที่ ลาภิณจึงขอร้องให้แม่ซึ่งเป็นประธานบริษัทช่วยเหลือเขา ซึ่งทำให้พิสัยไม่อาจขัดขวางได้

ลาภิณต้องแปลกใจเป็นอย่างมากที่ในพินัยกรรมของบิดา ได้ระบุให้มอบหุ้นส่วนหนึ่งในบริษัทนิราภัยให้แก่เจติยากับลุงทวี ซึ่งเป็นพนักงานดูแลศพ ที่บิดารู้จักและชื่นชมพวกเขาเป็นการส่วนตัวด้วย ทำให้ลาภิณไม่ชอบเจติยานัก นอกจากนี้ชูจิตยังปักใจเชื่อว่าเจติยาต้องเป็นเมียเก็บของสามีผู้ล่วงลับ ลาภิณจึงคอยจับผิดเจติยาเสมอ ทำให้ทั้งคู่ไม่ลงรอย กันเท่าไหร่นัก

พิสัยเริ่มยุแยงให้บรรดาพนักงานประท้วงทวงอำนาจคืน แต่ทุกครั้งที่มีปัญหายุ่งยาก ลาภิณก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยมีลุงทวีกับเจติยาคอยช่วยเหลือและสนับสนุนอยู่ ทำให้ลาภิณมองเห็นในน้ำใจของเจติยา เขายอมรับและลดอคติที่มีต่อเจติยาลงเรื่อยๆ

หลังจากตอบรับการเป็นเจ้าของกล่องรากบุญแล้ว ความวุ่นวายต่างๆ เกิดขึ้นกับชีวิตของเจติยาเกือบทันที เมื่อบรรดาศพเริ่มร้องขอความช่วยเหลือให้หล่อนบอกความจริงที่อยู่เบื้องหลังการตายของพวกเขา ทำให้เจติยาต้องทุ่มเทความรู้และสติปัญญาเพื่อคลี่คลายปมปริศนาที่ซ่อนแฝงไว้ให้เผยออกมาด้วยความยากลำบาก ความสำเร็จของงานที่ศพร้องขอแต่ละอย่าง จะทำให้หล่อนเป็นเจ้าของดาวทุกข์หนึ่งดวง และหากมีครบสามดวงหล่อนจักได้สิทธิรับสิ่งที่ปรารถนาหนึ่งอย่าง ซึ่งเจติยาต้องการให้มารดามีสุขภาพดีดังเดิม จึงยอมอดทนทำงานนี้

ขณะเดียวกันผลพลอยได้จากการคลี่คลายคดีฆาตกรรมตกอยู่กับ หมวดนวัช (เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) เพื่อนชายและเพื่อนบ้านซึ่งเป็นนายตำรวจไฟแรงและมีน้ำใจอันดีต่อเจติยาตลอดมา มันทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากหัวหน้าอย่างต่อเนื่อง หมวดนวัชสงสัยกับการให้ข้อมูลและข้อสังเกตต่างๆ ของเจติยา เมื่อเพียรเฝ้าถามแต่เขาก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

ในขณะที่ความเข้าอกเข้าใจของลาภิณและเจติยาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หมวดนวัชกลับไม่ชอบใจนัก คล้ายเป็นคู่แข่งหัวใจกันไปโดยปริยาย ลาภิณและนวัชเลยกลายเป็นคู่ปรับ ขัดแข้งขัดขาเห็นแย้งกันแทบทุกเรื่อง โดยที่หมวดนวัชไม่เคยรู้เลย ว่านิษฐา (แจ๊คกี้ ชาเคอลีน ) เพื่อนสนิทของ เจติยา แอบชอบตนอย่างเงียบๆ มาตลอด

เมื่อเจติยาใช้คำขอจากกล่องรากบุญเป็นครั้งแรก และมารดามีสุขภาพดีขึ้นทันตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ หล่อนเริ่มพิจารณากล่องรากบุญอย่างละเอียดอีกครั้ง และยังได้ค้นพบต้นเหตุความวุ่นวายในชีวิตของตน อันเกิดจากพลังลึกลับที่ทำให้หล่อนมองเห็นนาทีสุดท้ายของศพเหล่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากกล่องใบนี้ นั่นจึงทำให้เจติยาเริ่มหวาดกลัว

แต่เธอก็ไม่สามารถขัดขืนกล่องรากบุญได้ เมื่อมีคำร้องขอจากศพเพิ่มขึ้นอีก ทั้งที่เป็นคดีฆาตกรรม และการขอให้ช่วยเหลือครอบครัวของคนตายในทางใดทางหนึ่ง และเกือบทุกครั้งลาภิณก็มักจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้ทั้งคู่เริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น จนลาภิณแน่ใจว่าเจติยาไม่ใช่เมียเก็บของพ่ออย่างที่คิดไว้ตอนแรก
ขณะเดียวกันเจติยาก็เริ่มเห็นมุมอ่อนโยนของลาภิณ และรู้ว่าลาภิณไม่ใช่เพลย์บอยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างที่ตนคิดไว้ตอนแรกเช่นกัน

แต่ชูจิตผู้เป็นมารดากลับยิ่งไม่พอใจ เพราะหมายมั่นและอยากให้ลาภิณแต่งงานกับ ปริม (ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ) หญิงสาวผู้สวยเพียบพร้อมซึ่งตนได้เลือกไว้ให้แล้ว และปริมเองก็มีใจให้ลาภิณอยู่แล้วด้วย เหตุนี้ทั้งคู่เลยร่วมมือกันเล่นงานเจติยาและพยายามเขี่ยเจติยาไปให้พ้นทางโดยเร็วที่สุด แต่ไม่ว่าจะกลั่นแกล้งยังไง ก็ไม่สามารถทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลงได้ แถมกลับยิ่งทำให้ทั้งคู่ผูกพันกันมากขึ้นทุกที

เวลาผ่านไป เจติยาได้ดาวทุกข์ครบสามดวงอีกครั้ง แต่กลับไม่รู้จะขออะไร จนกระทั่งเกิดเหตุร้ายแรงกับ นิษฐา เพื่อนสนิทของเจติยาที่เข้าไปพัวพันในคดีฆาตกรรมคดีหนึ่งเข้า และถูกจับตัวไป เจติยาเลยขอให้ช่วยนิษฐากลับออกมาได้อย่างปลอดภัย และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เจติยาขอทุกประการ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เจติยาหวาดกลัวกล่องรากบุญมากขึ้นทุกที เพราะถึงแม้จะเป็นการทำความดีเพื่อแลกมา แต่ก็เหมือนเป็นการบังคับ และเป็นการทำดีเพื่อหวังผล โดยที่ตนไม่สามารถหยุดยั้งได้ ไม่ต่างจากการเป็นทาสของกล่องรากบุญแม้แต่น้อย

ส่วนทางด้านพิสัยไม่พอใจที่ลาภิณขุดคุ้ยความทุจริตของตน จึงคิดยึดอำนาจกลับคืนมาด้วยการจ้างมือปืนชื่อเชิด (ทิฐิ พุ่มอ่อน) มาฆ่าลาภิณ แต่พลาดไป พิสัยจึงวางแผนร้ายด้วยการร่วมมือกับปริม เพื่อให้ปริมได้ตัวลาภิณไป ส่วนตนได้บริษัทนิราลัย ปริมหลงเชื่อคำลวงนั้น พิสัยวางแผนให้ปริมจับลาภิณให้อยู่หมัด แล้วจะส่งคนไปลอบฆ่าลาภิณอีกครั้ง โดยที่ปริมไม่รู้เรื่องนี้

แต่การคิดทำร้ายลาภิณของพิสัยนี่เอง ที่ทำให้เจติยาต้องใกล้ชิดลาภิณมากขึ้น จนทั้งคู่เริ่มผูกพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หมวดนวัชไม่พอใจ แต่เจติยาก็ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนจนหมวดนวัชน้อยใจ นิษฐาสงสารหมวดนวัช แต่ตนเองก็ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกัน เพราะหมวดนวัชก็ไม่เคยเห็นตนอยู่ในสายตาเช่นกัน

ในขณะที่ชูจิตเริ่มสงสัยพฤติกรรมของน้องชาย จนมาล่วงรู้ความจริงว่าพิสัยคิดทำร้ายลูกตนถึงชีวิต ชูจิตเลยปลดพิสัยออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท ทำให้พิสัยโกรธแค้นมาก และใช้คนให้ไปจับตัวชูจิตเพื่อหวังจะข่มขู่ แต่เจติยาช่วยไว้ได้ทันและพาชูจิตหนีสำเร็จ

ระหว่างนั้นเจติยาต้องทำตามที่ศพร้องขอตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตนต้องตาย เลยยิ่งทำให้เจติยา หวาดกลัวกล่องและตั้งใจว่าเสร็จงานคราวนี้ จะไม่ขอพรจากกล่องอีก แต่แล้วลาภิณก็ถูกลอบยิงอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน เจติยาเลยจำใจต้องขอพรอีกครั้งเพื่อช่วยให้ลาภิณรอดตาย ซึ่งชูจิตอยู่ในเหตุการณ์ด้วย จึงได้เห็นอำนาจของกล่องกับตาตัวเอง และเชื่อว่าเจติยาไม่ใช่เมียเก็บของสามีตน

ทางด้านปริมรู้ว่าตนได้ตกเป็นเครื่องมือของพิสัยจึงคิดจะแจ้งตำรวจ แต่พิสัยก็หลอกปริมมามอมยาแล้วข่มขืน พร้อมกับถ่ายคลิปเก็บไว้แบล็คเมล์จนปริมไม่กล้าแจ้งความ และต้องกลายเป็นเครื่องมือของพิสัยต่อไป

พิสัยกลัวว่าชูจิตจะกลับมาเล่นงานตนอีก เลยแกล้งหลอกชูจิตว่าตนสำนึกผิดแล้ว ขอให้ชูจิตให้อภัยตน ชูจิตใจอ่อนจนถูกทำร้าย และพิสัยพลาดพลั้งจนทำให้ชูจิตตายโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของพิสัย ทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ วิญญาณของชูจิตจึงรีบไปหาเจติยา เพื่อขอร้องให้เจติยาดูแลลาภิณ แทนที่จะขอให้เอาตัวพิสัยมาลงโทษ

ส่วนนทีใช้ชีวิตเสเพลหนักขึ้น และเริ่มติดหนี้พนัน ด้วยความรักลูกนางมยุรีผู้เป็นมารดาจึงไม่กล้าว่ากล่าวตักเตือนอย่างใด นทีได้ใจจึงยิ่งเพิ่มความก้าวร้าวและข่มขู่ขอเงินหนักขึ้น เจติยาพยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงรั้งน้องชายไว้ไม่ให้เสียผู้เสียคนไปยิ่งกว่านี้ จนกระทั่งวันหนึ่งนทีได้รับการว่าจ้างจากหนุ่มรูปงามที่ชื่อ ปราณ (ดนัย จารุจินดา) ให้ขโมยกล่องรากบุญของพี่สาวแลกกับค่าจ้างเป็นเงินหลักหมื่น

นับวันเจติยามัวแต่วุ่นวายกับการคลี่คลายคดีฆาตกรรมที่ศพร้องขอให้หล่อนช่วยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เจติยามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะกำจัดกล่องรากบุญออกไปจากชีวิตด้วยคำขอสุดท้าย เหตุนี้เธอจึงเร่งทำงานให้สำเร็จเพื่อจะได้เป็นเจ้าของดาวทุกข์ทั้งสามเป็นครั้งสุดท้าย

โดยระหว่างนั้นก็ต้องคอยดูแลลาภิณ จนลาภิณกลับมาแข็งแรงดังเดิม พร้อมกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่แน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พิสัยยังไม่ยอมหยุด เพราะหวังในทรัพย์สมบัติทั้งหมดของลาภิณ จึงพยายามหาทางทำร้ายลาภิณอีก แต่วิญญาณของชูจิตก็มาเตือนเจติยาให้รู้ตัว จนหลบรอดไปได้หวุดหวิด

ต่อมาเจติยาจับได้ว่านทีแอบขโมยกล่องรากบุญไปให้ปราณ แต่ชายคนนั้นกลับหลบหน้าหล่อนทุกครั้งอันสร้างความประหลาดใจให้เธอเป็นอย่างมาก เจติยาจึงเล่าเรื่องของปราณให้ลุงทวีฟัง

ลุงทวีสังหรณ์ใจว่าปราณอาจเป็นอันตรายต่อหล่อน โดยเฉพาะการแย่งชิงกล่องรากบุญสร้างความระแวงใจแก่ชายสูงวัยอย่างมาก

ส่วนพิสัยโกรธเคืองที่ถูกลูกน้องสองคนข่มขู่ และเรียกร้องเงินทองบ่อยครั้ง โดยอ้างถึงความช่วยเหลือในการติดต่อมือปืนเชิดมาฆ่าลาภิณกับเจติยา พิสัยจึงตัดสินใจฆ่าปิดปากสองคน

และศพลูกน้องทั้งสองของพิสัยได้มาร้องขอให้เจติยาจับฆาตกร ทำให้หล่อนทราบว่าพิสัยเป็นฆาตกรและคิดหาวิธีจับเขา ต่อมา เชิด ทราบข่าวการตายของหนึ่งในสองคนนั้นซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และในที่สุดเขาก็ถูกตำรวจจับได้ โดยเจติยายอมเป็นเหยื่อล่อ เชิดจึงยอมให้การแฉความผิดของพิสัยทั้งหมด พิสัยจึงถูกตำรวจจับได้ในที่สุด

ไม่นานนักพิสัยหลบหนีออกจากห้องขัง เพื่อมาสังหารเจติยากับลาภิณ เป็นการแก้แค้นที่สองคนทำลายอนาคตของตน พิสัยข่มขู่ลาภิณให้ไปตามเจติยา ซึ่งบัดนี้กำลังเดินทางไปพบปราณเพื่อช่วยเหลือมารดากับน้องชายที่ถูกจับไว้เป็นตัวประกันแลกกับกล่องรากบุญ

การเผชิญหน้าระหว่างปราณกับเจติยา ทำให้หล่อนต้องตกใจมากขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อได้รับรู้ความลับของปราณหนุ่มลึกลับและกล่องรากบุญที่เกี่ยวพันกัน
โดยปราณนั้นถือกำเนิดจากพลังกิเลสของมนุษย์ที่สั่งสมจาก ความปรารถนาของผู้คนมานานนับหลายร้อยปี และต้องการปกป้องกล่องรากบุญมิให้หล่อนทำลายมัน
ส่วนกล่องรากบุญนั้นแท้จริงแล้วมัจจุราชก็เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา เพื่อหวังส่งเสริมให้มนุษย์สัมผัสกับความสุขจากการทำความดี แล้วจะได้เต็มใจทำความดีต่อไปโดยไม่หวังสิ่งแลกเปลี่ยนตอบแทน แต่การณ์กลับไม่เป็นดังที่คาดหวัง มัจจุราชจึงละทิ้งมันไว้บนโลกมนุษย์

และเมื่อทราบว่าเจติยามีเจตนาทำลายกล่องรากบุญทิ้ง ปราณจึงพยายามขัดขวางมิให้งานของหล่อนสำเร็จ และเมื่อไม่ได้ผล ปราณจึงเลือกจะฆ่าเจติยาเพื่อปลดปล่อยกล่องรากบุญให้เป็นอิสระ และจะได้มีสิทธิ์หาเจ้าของคนใหม่ได้

ปริมซึ่งถูกพิสัยหลอกใช้ รู้สึกเสียใจมาก และหวั่นกลัวความผิดที่ร่วมก่อ รวมทั้งความอับอายเรื่องคลิปอุบาทว์จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย พิสัยปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนและแรงแค้นสุมหัวใจ ส่วนปราณก็หมายมั่นที่จะฆ่าเจติยาซึ่งคิดใช้คำขอสุดท้ายทำลายกล่องรากบุญ ในนาทีเป็นนาทีตายนั้น เจติยาถึงกับยอมแลกชีวิตเพื่อช่วยน้องชายไว้ และทำให้เจติยาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนฝังแค้นของพิสัย
ลาภิณกับหมวดนวัชซึ่งได้รับคำร้องขอจากเจติยาให้ช่วยกันจับกุมพิสัยได้สำเร็จ แต่เจติยากลับใกล้จะสิ้นลมหายใจ ส่วนปราณหายสาบสูญไปจากสถานที่นั้นอย่างน่าพิศวง

ท่ามกลางความเป็นความตายนั้นเอง เจติยาได้พบมัจจุราชซึ่งเป็นเจ้าของกล่องรากบุญ และด้วยความชื่นชมต่อความกล้าและเสียสละชีวิตเพื่อทำลายปราณอันกำเนิดจากกล่องใบนั้น มัจจุราชจึงมอบของรางวัลเป็นสิ่งที่หล่อนปรารถนาสองอย่างคือ ชีวิตใหม่กับพลังรับรู้ภาพสุดท้ายเพื่อใช้สร้างความดีต่อไป
และไม่นานนักหลังจากที่เจติยาฟื้นขึ้นมา เธอก็ได้ใช้ความสามารถพิเศษในการช่วยเหลือคนตายทันที

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นทีซาบซึ้งใจในความรักของพี่สาวที่ยอมแลกชีวิตเพื่อช่วยตน ความสัมพันธ์ของพี่น้องเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น นทีเริ่มปรับปรุงตัวใหม่
หลังจากผ่านพ้นความตายมาได้ ความรักระหว่างลาภิณกับเจติยาก็ยิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น เขายอมรับปากจะ ไม่สอบถามความลับส่วนตัวของหล่อนอีก ทั้งสองจึงมีความสุขและเข้าใจกันมากขึ้น หมวดนวัชเองก็ยอมรับว่า เจติยารักลาภิณ ไม่ใช่ตน จึงยอมถอยและพอใจกับความเป็นเพื่อนที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งเริ่มหันไปมองนิษฐา ผู้ซึ่งมีใจให้ตนมาตลอด

ส่วนเจติยายอมสละเวลาส่วนหนึ่ง เพื่อช่วยคลี่คลายคดีฆาตกรรมตามคำขอร้องจากศพและตำรวจ ซึ่งกลายเป็นงานพิเศษอีกชิ้นหนึ่งในชีวิตของเธอ

อยู่มาวันหนึ่ง มีศพตายปริศนาถูกส่งมาถึงมือเจติยา โดยที่เธอไม่คาดคิด เพราะมันกลับเป็นศพของพิสัย นั่นเอง!!!



รายชื่อนักแสดง

พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล รับบท ลาภิณ
ราศรี บาเล็นซิเอก้า รับบท เจติยา
เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ รับบท นวัช
แจ๊คกี้ ชาเคอลีน รับบท นิษฐา
โกสินทร์ ราชกรม รับบท พิสัย
ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ รับบท ปริม
อภิรดี ภวภูตานนท์ รับบท ชูจิต
ดนัย จารุจินดา รับบท ปราณ
ชนานา นุตาคม รับบท มยุรี
สเตฟาน สายชล ปารเนียส รับบท นที
ญาณี ตราโมท รับบท ลุงทวี
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม รับบท โอ้เอ้
ฐิติ เวชบุล รับบท ปอง
ชยุตพล บำเพ็ญ รับบท ย้ง
ชานนทร์ ทิพกนก รับบท พิทยา
นภาพร หงสกุล รับบท ป้านิภา
สมมาตร ไพรหิรัญ รับบท สารัช
ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม รับบท ชัยยุทธ
กิตติพล เกศมณี รับบท ทนายปุ่น
ชินทัพพ์ ศดิศสิทธินนท์ รับบท พีระเดช
ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบท แสง
ทิฐิ พุ่มอ่อน รับบท เชิด
นฤมล พงษ์สุภาพ รับบท ปรียา
ออกัส พรรษกร รับบท กุลธิดา
สุรจิต บุญญานนท์ รับบท ชัยวัฒน์
นิรุติ สาวสุดชาติ รับบท โชค
ธนกฤต อยู่โต รับบท เคมี
ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ รับบท นฤมล
ด.ญ.ชาเลท วาศิตา แฮเมเนา รับบท น้องออย
ด.ญ.ขวัญชีวา เอี่ยมสะอาด รับบท หนุงหนิง


ที่มาจาก : manager.co.th

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 3


“ถ้าเกิดเจไม่อยากได้อะไรอีกนอกจากให้แม่หายป่วย แล้วเจต้องทำยังไงคะ”

“เมื่อก่อนนี้ลุงทำงานตามคำขอจากศพโดยไม่สนใจความต้องการใด ๆ กล่องปิดไว้ตลอดเวลา ลุงเลยไม่ได้สังเกตว่าการไม่ขอจะต้องพบเรื่องดีหรือร้าย”

เจติยาวางมือลงบนกล่องรากบุญ “ฉันยอมทำตามคำขอที่ได้รับฟังจากศพ เพื่อบอกความจริงตามที่เค้าต้องการ ส่วนความปรารถนาของฉันก็คือ ขอให้แม่มยุรีหายเจ็บป่วยจากโรคร้ายและมีชีวิตยืนยาวเพื่อเห็นความเจริญพัฒนาของลูกคนนี้”

มีแสงสว่างวูบฉาบมือเจติยาเหมือนการตอบรับคำขอ

“สิ่งที่เจต้องจำไว้อย่างนึงก็คือ ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกกำหนดไว้แล้ว นี่เป็นแค่การต่อรองชั่วคราว แม่ของเจอาจตายช้าไปเท่านั้น แต่ไม่ใช่ยืนยาวเป็นอมตะ สิ่งที่เจใช้แลกเปลี่ยนกับกล่องใบนี้ คือกำหนดเวลาตายของตัวเจเอง”

“เจเข้าใจดีแล้วค่ะลุง เจแค่ขอเวลาที่ยาวนานขึ้น สวรรค์รู้ดีว่าเจต้องการแค่ไหน”

เจติยามัวแต่คุยกับลุงทวีเลยไปประชุมสาย เจติยาถูกลาภิณเอ็ดเสียงเขียว แถมลาภิณยังขู่จะไล่เจติยาออกอีก เจติยาตัดสินใจเดินหนีออกไปจากห้องประชุมทันที ลาภิณมองตามหลังไป ด้วยสีหน้าเขม่น ๆ ไม่หาย

เจติยาไปหานิษฐาที่คอนโดฯ นิษฐาได้รับข่าวว่าเด็กที่มูลนิธิโดดตึกฆ่าตัวตาย จึงรีบร้อนออกไปดู เจติยากำลังเซ็ง ไม่อยากอยู่คนเดียว เลยขอตามไปด้วย พอไปถึงที่เกิดเหตุนิษฐารีบวิ่งพาเจติยาฝ่ากลุ่มไทยมุงเข้าไป เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเก็บศพหนุงหนิงที่นอนตายคอหักที่หน้าตึก เจติยาเห็นศพหนุงหนิงเต็มตา รีบเบือนหน้าหนี

นิษฐาเห็นศพหนุงหนิงก็ถึงกับช็อกไม่อยากเชื่อพยายามตั้งสติก่อนจะเดินไปหานวัชที่กำลังสอบปากคำเจ้าของอพาร์ตเมนต์อยู่ นิษฐาถูกใจนวัชตั้งแต่แรกเห็น แต่ต้องเก็บอาการไว้ เพราะอยู่ในหน้าที่ตัวแทนมูลนิธิ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยกเปลหามศพผ่านไปทางเจติยา เจติยายังไม่ชิน กลัวศพจะพูดกับตัวเองรีบเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง ไม่คาดคิดศพหนุงหนิงคอหักเอียง เลือดอาบ สภาพเหมือนที่ตาย ยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เจติยา เจติยากรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ นวัชรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง นิษฐาแปลกใจมากที่รู้ว่านวัชรู้จักกับเจติยา

พิสัยบุกไปโวยวายที่ห้องแต่งศพทันทีที่รู้เรื่องลุงทวีจะรับทำศพอนาถา “คิดว่าตัวเองเป็นใคร เจ้าของบริษัทรึไง”

ลุงทวีอธิบายเสียงเรียบ “ผมทำทุกอย่างตามเจตนารมณ์ของคุณสารัช”

“พี่สารัชเสียชีวิตไปแล้ว นโยบายหลาย ๆ อย่างของบริษัทก็ต้องเปลี่ยน”

“เหรอครับ คุณต้นไม่เห็นบอกผม”

“ก็ฉันกำลังบอกอยู่นี่ไง”

“แต่ผมไม่เห็นด้วยว่านโยบายดี ๆ เพื่อผู้ยากไร้ของคุณสารัชจะต้องตายไปพร้อมกับท่านด้วย ท่านคงไม่ต้องการแบบนั้น”

“ตกลงแกจะทำศพฟรีให้ได้ แล้วทิ้งรายได้บริษัทใช่มั้ย”

“คิวไหนจองมาก่อน ก็ต้องคิวนั้นล่ะครับ”

“แกไม่เห็นรึไงว่าห้องสวดศพมันเต็มหมดแล้ว”

“เห็นครับ แล้วก็เห็นกำไรมากมายที่บริษัทรับมาแล้ว เราหากินกับศพ มันสมควรที่เราจะยอมขาดทุนกำไรทำบุญให้กับศพยากไร้ซักศพ ซึ่งน้อยไปด้วยซ้ำ”

“อวดดีให้ตลอดเถอะ อีกไม่นานหรอก”

พิสัยเดินออกไปอย่างหัวเสียกลับไปที่ห้องทำงาน เลขาฯ รีบเข้าไปรายงานให้ทราบว่าลาภิณกำลังเรียกคุยหัวหน้าฝ่ายเรียงตัว แถมยังขอเอกสารย้อนหลังวุ่นวายไปทั้งบริษัท พิสัยบอกเลขาฯ ให้ไปกระซิบบอกหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ให้ทำโอที รอให้ลาภิณกลับไปแล้วค่อยมาพบตนทีละคน

ช่วงบ่าย เจติยาเดินคุยกับลุงทวีอยู่บริเวณบริษัทด้วยสีหน้ากังวลปนกลัว “หนุงหนิงต้องเป็นงานต่อไปของเจแน่ ๆ เลยค่ะลุง”

“ศพพูดกับเจแล้วเหรอ”

“ยังเลยค่ะลุง แค่ปรากฏให้เห็น...เจต้องประสาทหลอนตายก่อนคำขอสำเร็จแน่ ๆ...นี่มันไม่มีสัญญาณอะไรเตือนเราล่วงหน้าเลยเหรอคะลุง ว่าคนตายพวกนั้นจะมาหาเรา”

“ซักพักเดี๋ยวก็ชินไปเองล่ะ”

เจติยาเดินพ้นแนวต้นไม้ ไม่คาดคิด ศพหนุงหนิงยืนหน้าซีดอยู่แล้วข้างต้นไม้ มองมาที่เจติยาเขม็ง เจติยาร้องลั่นด้วยความตกใจโดดเหยงไปที่ถนน จังหวะเดียวกับที่ลาภิณขับรถกลับเข้าบริษัทมาพอดี ลาภิณตกใจเบรกรถตัวโกร่งบีบแตรสนั่น เจติยาตกใจมาก ยืนหลับตาปี๋อยู่หน้ารถลาภิณ

ลาภิณและปริมลงจากรถมา หน้าหงิกบอกบุญไม่รับ ปริมดูถูกหาว่าเจติยาคิดจะเรียกค่าทำขวัญหารายได้เสริม ลุงทวีรีบเข้ามาขอโทษแทน แล้วลากตัวเจติยาหลบไปให้พ้นทาง ลาภิณถอนใจส่ายหน้าเดินกลับขึ้นรถไป ปริมค้อนใส่อีกขวับก่อนตามกลับไปขึ้นรถ เจติยาเหล่ ๆ มองตามรถลาภิณ ไม่คาดคิดเห็นหนุงหนิงนั่งอยู่เบาะหลังหน้าซีดชิดหน้าต่าง หันมองมาทางเจติยา พร้อมกับพูดว่า “บอกความจริง” เจติยาผงะไปด้วยความตกใจ

“เห็นหนุงหนิงเหรอ”

“ค่ะลุง เธอมอบหมายงานให้เจแล้ว”

นิษฐาชวนเจติยาไปตามดูพฤติกรรมเด็กในมูลนิธิที่ผับหรูแห่งหนึ่ง ระหว่างทาง นิษฐาถือโอกาสถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเจติยากับนวัช เจติยายืนยันว่าเธอไม่ได้คบหาอยู่กับนวัช นิษฐาค่อยโล่งอก ไม่อยากผิดใจกับเพื่อนรักเพราะเรื่องผู้ชาย

บังเอิญปริมพาลาภิณมาปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนที่ผับเดียวกัน เพื่อนปริมช่วยกันมอมเหล้าจนลาภิณ
เมามาก แทบยืนทรงตัวไม่ไหว ลาภิณเดินเซออกไปหน้าผับ ปริมหันไปเห็นรีบเดินตามออกไปดูด้วยความเป็นห่วง

ลาภิณเมามาก เดินเซออกมาอาเจียนใส่หน้ากระโปรงรถนิษฐา เจติยารีบปรี่เข้าไปโวยวาย ลาภิณหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาควักเงินให้สองพัน แล้วบอกให้เจติยาหุบปาก หยุดโวยวาย เจติยามีสีหน้าเจ็บใจ ปนหมั่นไส้ สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงลาภิณดูถูกตนสุด ๆ ปริมเดินตามมาเจอเข้าพอดี ลาภิณพยายามยัดเยียดเงินสองพันให้เจติยา ปริมจะดึงเงินคืนมาพันนึง แต่เจติยาไวกว่าดึงเงิน สองพันมาแล้วหันหลังเดินหนีเลย

ปริมเจ็บใจปนหมั่นไส้ พูดแขวะใส่ “มีงานพิเศษทำหลายที่จริงนะจ๊ะ ได้ไปสองพันฟรี ๆ คืนนี้คงไม่ต้องยืนหาลูกค้าแล้วล่ะ”

เจติยาหันขวับมาจ้องหน้าปริม “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความอย่างที่พูด นักศึกษาดี ๆ จะมายืนซุ่มที่ลานจอดรถมืด ๆ หน้าผับทำไม ถ้าไม่ใช่...”

นิษฐาเดินมาสมทบ “เจมากับฉันค่ะ ฉันเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อนแท้ตามมาดูพฤติกรรมเด็กในมูลนิธิค่ะ จะดูบัตรประจำตัวมั้ยคะ”

ปริมค้อนใส่เจติยาก่อนจะควงแขนลาภิณพากันเดินกลับไป นิษฐาเดินไปดูหน้ารถ เจติยามองตามไปก่อนมองเลยไปซอยข้างผับ ตกใจผงะไปเมื่อเห็นหนุงหนิงยืนหน้าซีดเผือดมองมาทางตน แล้วพยักหน้าเรียก เจติยาสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติ แล้วรวบรวมความกล้าเดินตามไป นิษฐาไม่ทันสนใจเจติยาเปิดรถเอาน้ำขวดมาเทล้างหน้ารถไปด้วยท่าทางขยะแขยง

เจติยาเดินตามไปจนถึงกลางซอย หนุงหนิงหยุดถามเจติยาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เจติยาบอกให้รู้ว่าหนุงหนิงโดดตึกฆ่าตัวตาย ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ นิษฐาก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน หนุงหนิงหายตัวไปทันที

เด็กในมูลนิธิที่จะมาตามดูพฤติกรรมไม่มาที่ผับคืนนี้ นิษฐาชวนเจติยากลับ จะได้รีบเอารถไปล้าง เจติยาเอาเงินสองพันให้นิษฐาไปจ่ายค่าล้างรถ นิษฐาไม่ยอมรับเงิน บอกให้เจติยาเก็บเงินไว้รักษาแม่จะมีประโยชน์กว่า เจติยาซาบซึ้งกับน้ำใจของเพื่อนเป็นอย่างมาก

หัวหน้าฝ่ายรายงานให้พิสัยทราบว่าลาภิณจะออกไปตรวจโรงงานโดยไม่บอกให้พิสัยรู้ก่อน พิสัยหน้าเครียด รู้ดีว่าลาภิณกำลังหาทางจับผิดตนอยู่ จึงบอกให้หัวหน้าฝ่ายช่วยหาทางถ่วงเวลาให้ลาภิณออกไปจากออฟฟิศช้าที่สุด

ลาภิณตามไปดูเจติยาทำงาน จึงได้เห็นว่าเจติยารู้ระบบงานจริงและทำงานดีใช้ได้จริง ๆ บางอย่างก็รู้ลึกกว่าตนด้วยซ้ำ หลังจากคุยกับลูกค้าเสร็จ เจติยาเดินเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ หนุงหนิงปรากฏตัวให้เห็นพร้อมกับบอกว่าเธอไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีพนักงานคนอื่นเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา หนุงหนิงหายตัวไปทันที

ลาภิณบุกไปขอเอกสารตัวจริงถึงโรงงานผลิตโลงศพของบริษัท ระหว่างยืนคุยอยู่กับหัวหน้าฝ่าย จู่ ๆ พิสัยก็เดินยิ้มแย้มเข้ามาหา มีปองและย้งเดินตามประกบหลังมา

ขอบคุณเนื้อเรื่อง จาก เดลินิวส์

รากบุญ T-ser 3

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 2



เจติยาวิ่งหน้าตื่นไปหานวัช ขอร้องให้ไปตามหาคนร้ายที่ฆ่าป้านิภาด้วยกัน นวัชถามว่าเจติยารู้ได้ยังไงว่าป้านิภาถูกฆ่าตาย เจติยาไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยโกหกไปว่าป้านิภามาเข้าฝันบอกให้รีบไปที่ท่ารถจะได้เจอตัวฆาตกร นวัชแอบชอบเจติยาอยู่ จึงเต็มใจที่จะออกไปกับเจติยาแม้จะไม่เชื่อเรื่องที่เจติยาบอกสักเท่าไหร่

นวัชพาเจติยาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปที่ท่ารถที่อยู่ใกล้ที่สุด พอไปถึงป้านิภาก็รีบกระซิบบอกให้เจติยามองไปทางซ้ายมือ เจติยาหันไปเจอสาวใช้ของป้านิภาหอบข้าวของพะรุงพะรัง หน้าตาตื่นจะเดินไปขึ้นรถ เจติยารีบบอกนวัชให้จับตัวสาวใช้ป้านิภาไว้

ป้านิภากระซิบบอกเจติยาว่าถูกสาวใช้วางยา เจติยาพูดบอกความจริงออกมา สาวใช้ปฏิเสธ ป้านิภาบอกมีทองหยองอยู่ในถุงที่สาวใช้กอดไว้แนบอก เจติยาขอค้นกระเป๋า สาวใช้ตกใจจะหนี เจติยากระชากถุงมาได้ ของต่าง ๆ ในถุงหกกระจายออกมาพบของมีค่าทองหยอง เครื่องประดับหลายต่อหลายชิ้น

สาวใช้ตกใจมาก จะหนีแต่โดนนวัชจับตัวเอาไว้ทัน ป้านิภายิ้มอย่างหมดห่วงก่อนจะจางหายไป เจติยายิ้มแหย ๆ หน้าซีด ๆ กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ ยังเตรียมใจรับไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากจัดการจับสาวใช้เข้าคุกไปเรียบ ร้อยแล้ว นวัชพาเจติยาแวะไปทานก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่งที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ลาภิณกับปริมที่เพิ่งกลับจากงานปาร์ตี้ ขับรถผ่านมาเจอเข้าพอดี ลาภิณตัดสินใจจอดรถ แล้วเดินลงไปหาเจติยาที่โต๊ะ

“ดึกดื่นป่านนี้ยังสวีทกันไม่เลิกอีกเหรอ พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า นี่มันตีอะไรเข้าไปแล้ว เดี๋ยวก็เสียงานกันพอดี เนี่ยเหรอพนักงานดีเด่นของคุณพ่อ”

“เจคงเข้านอนก่อนคุณลาภิณล่ะค่ะ บ้านอยู่แค่นี้เอง ถ้าคุณไปประชุมทัน เจก็ไปทันค่ะ ยังไม่ทันออกทุกข์ก็ออกเที่ยวแล้วเหรอคะ เจว่าเจ้านายเปลี่ยนเวลาเข้างานใหม่ก็ดีนะคะ เป็นซัก 11 โมง เลิกงาน 3 ทุ่ม จะได้เที่ยวต่อพอดีเลย”

“หวังว่าพรุ่งนี้เธอคงไม่เลตก็แล้วกัน ระวังตัวให้ดี ฉันจับตาดูเธออยู่” ลาภิณเดินกลับไปอย่างหัวเสีย

“หาเรื่องใส่ตัวไปมั้ยเจ เค้าเป็นเจ้านายใหม่นะ เดี๋ยวก็โดนไล่ออกหรอก”

“ตอนนี้เค้ายังไม่กล้าไล่เจหรอกพี่หมวด เจบอก เค้านั่นแหละจะเดือดร้อน จะหาพนักงานที่ไหนอึดถึกอย่างเจได้”

“ยังไงเจก็ยังต้องพึ่งรายได้จากเค้ามารักษาแม่อยู่นะ รอให้ได้งานใหม่ก่อนเถอะค่อยไปงัดข้อกับเค้า”

เจติยาจ๋อยไปเล็กน้อย “ค่ะพี่หมวด”

ทันทีที่เจติยากลับไปถึงห้อง กล่องรากบุญที่วางไว้บนโต๊ะทำงานก็ขยับเคลื่อนเองเพื่อให้เจติยาเห็น เจติยาอึ้งปนตกใจ ค่อย ๆ เดินเข้ามาดูใกล้ ๆเห็นมีดาวโลหะสีดำวางอยู่ในปากยักษ์ เจติยาสีหน้าสงสัยค่อย ๆ หยิบดาวโลหะออกจากปากยักษ์มาดู พิจารณาว่ากลางดาวโลหะมีลวดลายบางอย่าง ดูเป็นลายเส้น หลาย ๆ ลาย ทั้งโค้งทั้งตรง ไม่เป็นรูป ไม่ใช่อักษร ไม่คาดคิดขณะมองดูเหรียญ เหรียญกลับลอยขึ้นจากมือเจติยา แล้วลอยไปแปะติดที่ฝากล่องด้านข้างทันทีพร้อม ๆ กับมีแสงสีทองสว่างวูบมาจากดาวโลหะสีดำ เจติยาตกใจมาก ถอยกรูดหนีไปยืนมองจากมุมห้อง ยังตกใจปนกลัวปนงง

เจติยาไปหาลุงทวีที่บ้านแต่เช้า พอเจติยาเอากล่องรากบุญให้ดู ลุงทวีก็รู้ได้ทันทีว่ากล่องรากบุญได้เลือกเจ้าของใหม่แล้ว เจติยาเล่าเรื่องป้านิภาให้ฟัง ลุงทวีนึกแปลกใจมาก เพราะคำพูดที่เขากับสารัชได้ยินคือ “ช่วยฉันที” ส่วนเจติยาคือ “บอกความจริง”

“ครั้งนี้กล่องบอกผ่านศพถึงงานที่เจต้องทำเพื่อแลกเปลี่ยนกับความปรารถนาของเจ”

“แสดงว่าเจทำงานให้ป้านิภาสำเร็จ เลยได้เหรียญติดฝากล่อง”

ลุงทวีพยักหน้ารับ “เจยังไม่ได้ขออะไรจากกล่องใช่มั้ย ใครยอมรับงานที่มันเสนอไว้ ถือว่าทำสัญญาต่อกัน หากละเลยสัญญา เจ้าของกล่องต้องให้ค่าชีวิตแก่มัน นั่นหมายความว่าเจจะต้องตายก่อนเวลาจริง” เจติยาชักกังวล “มันจะทิ้งเจ้าของเองได้มั้ยคะลุง”

“มีเงื่อนไขข้อเดียว คือ เจละเลยหาคำตอบตามคำขอจากศพครบหนึ่งเดือน ตอนนี้มันยังไม่ได้ผูกพันให้รับข้อเสนอนี้ เพราะเจยังไม่ได้ขออะไรจากกล่อง เจจะไม่สนใจแล้วใช้ชีวิตตามปกติไปก็ได้”

“ถ้าเจทำคำขอของศพไม่สำเร็จล่ะคะ”

ลุงทวียิ้มขรึม ส่ายหน้า “หน้าที่ของลุงกับคุณสารัชคือช่วยเหลือคนที่ร้องขอให้พ้นทุกข์ ณ เวลาที่เค้าขอจะทำด้วยวิธีไหน ไม่มีกำหนดแน่ชัดไว้ มันก็หมดพันธะกัน”

“ส่วนของเจ กล่องให้ทำงานชี้แจงความจริง”

“งานน่าจะหยุดแค่บอกความจริง กล่องคงตัดสินเองว่าพอใจงานชิ้นนั้นมั้ย มันเป็นคำตัดสินที่ไม่มีการอุทธรณ์”

“เจอยากให้แม่หายป่วยจากโรคไตวาย กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม งานบอกความจริง มันอาจจะยากมากสำหรับเจ แต่ถ้าแลกกับชีวิตแม่ เจก็ต้องทำให้ได้ค่ะ”

“ก่อนจะตกลงกับมันต้องคิดให้ดีซะก่อนนะเจ เพราะความผูกพันนี้ยาวนานและสิ้นสุดลงด้วยชีวิตของเจเท่านั้นเจ้าของต้องส่งมันให้ผู้สืบทอดคนต่อไป ถึงจะหมดภาระผูกพัน ไม่งั้น คำสัญญายังคงอยู่ ถ้าเจไม่ยอมทำตามคำขอ พ้นหนึ่งเดือน เจจะต้องตาย มันเป็นเงื่อนไขมรณะ เจต้องคิดทบทวนให้ดีก่อนเข้าใจมั้ย”

เจติยานั่งนิ่งเงียบ เครียดไปอย่างใช้ความคิดหนัก

ลาภิณตื่นแต่เช้าออกไปทำงานที่บริษัท โดยไม่บอกให้พิสัยรู้ล่วงหน้า เพราะอยากจับผิดพิสัย ไปถึงเห็นพิสัยกำลังจะย้ายเข้าไปทำงานในห้องสารัชพอดี ลาภิณรีบเข้าไปขวาง พิสัยอ้างว่าห้องทำงานสารัชยังไม่ได้ตกแต่งใหม่เหมือนห้องทำงานของตัวเอง เลยอยากให้ลาภิณได้ทำงานในห้องที่ตกแต่งใหม่มากกว่า แต่ลาภิณยืนยันจะทำงานในห้องสารัชเพราะเป็นห้องทำงานของประธานบริษัท พิสัยจำต้องยอมทำตามความต้องการของลาภิณ

ก่อนพิสัยจะเดินจากไป ลาภิณบอกให้รู้ว่าอีกห้านาทีจะมีประชุมอยากให้ทุกคนเข้าประชุมให้ตรงเวลา พิสัยอยากงัดข้อกับลาภิณ อ้างว่ามีนัดกับลูกค้าวีไอพีไว้แล้ว ลาภิณรีบบอกขาดพิสัยไปคนก็ไม่เป็นไร เพราะถึงยังไงอำนาจการตัดสินใจเด็ดขาดก็เป็นของตนอยู่แล้ว พิสัยแอบหงุดหงิดแต่ไม่แสดงออกมาให้ลาภิณเห็น

ที่ห้องแต่งศพ เจติยากับลุงทวียังคุยกันเรื่องกล่องรากบุญไม่จบ เจติยาตัดสินใจจะใช้กล่องรากบุญ เพราะอยากให้แม่หายป่วย

“หากเป็นคนอื่น คงขอให้ร่ำรวยเงินทอง แต่เจแค่อยากให้แม่มีอายุยืนขึ้นเท่านั้น” ลุงทวีผลักกล่องรากบุญไปใกล้เจติยา “เจสามารถขอกี่ครั้งก็ได้ตลอดวาระของการเป็นเจ้าของ แต่เจต้องทำตามคำขอให้สำเร็จสามครั้งต่อหนึ่งความปรารถนา เหรียญโลหะสีดำในกล่องเป็นสัญลักษณ์แทนงานแต่ละชิ้น นำไปติดที่ข้างกล่อง เมื่อครบจำนวนที่กำหนด สิ่งที่ขอไว้ก็จะปรากฏผล”

เรื่องย่อ รากบุญ ตอนที่ 1



ลาภิณขับรถอย่างเร็วเลี้ยวปาดเข้ามาจอดหน้าตัวบ้านอย่างเร่งรีบ ก่อนรีบร้อนลงมาจากรถ ปริมในชุดปาร์ตี้เมื่อคืนเหมือนกับลาภิณ หน้าตายังไม่ตื่นดี รีบเปิดประตูตามลงมาติด ๆ

ชูจิตที่ยืนรออยู่หน้าบ้านรีบปรี่เข้าไปหา “ห่วงแต่เที่ยวอยู่นั่นล่ะ ไม่ทันดูใจคุณพ่อแล้วเห็นมั้ยต้น”

ลาภิณน้ำตาท่วมตา รีบวิ่งพรวดขึ้นบ้านไป ปริมเข้าไปกอดปลอบใจชูจิต ชูจิตร้องไห้สะอึกสะอื้นสวมกอดว่าที่ลูกสะใภ้เอาไว้แน่น

ลาภิณวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้อง เห็นสารัชนอนสิ้นลมหายใจอยู่บนเตียง มีพิสัยนั่งหน้าซึมเศร้ามองดูอยู่ปลายเตียง ทนายปุ่น หมอและพยาบาลยืนสงบอยู่มุมห้อง ลาภิณเข้าไปกอดศพพ่อร้องไห้

พิสัยหน้าเครียด ๆ ตบบ่าลาภิณให้กำลังใจ “คุณพ่อท่านไปสบายแล้วนะต้น”

ชูจิตเดินตามมาดูด้านหลังห่าง ๆ ยกมือขึ้นปิดปากร้องไห้ พยายามสะกดอารมณ์ ลาภิณขยับตัวออกจากกอดแล้วไปกราบเท้าสารัช ฟุบหน้านิ่ง กลั้นสะอื้นจนตัวสั่น ชูจิตเห็นลูกชาย สะเทือนใจ ปล่อยโฮออกมาอีก พิสัยเดินไปกอดปลอบ ชูจิตกอดน้องชายเอาไว้แน่น

ชูจิตเดินซับน้ำตานำมานั่งที่โซฟาในห้องทำงานของบ้าน “เมื่อไรลูกจะจริงจัง ไปทำงานที่บริษัทของเราซะที”

ลาภิณตามมานั่งข้าง ๆ “น้าพิสัยอนุญาตให้ผมไปทำงานได้แล้วเหรอครับ”

“ทำไมลูกต้องพูดแขวะน้าเค้าด้วย พิสัยเป็นน้องชายแท้ ๆ ของแม่นะต้น น้าช่วยคุณพ่อดูแลกิจการมาตลอด ลูกตะหากที่กลับมาอยู่บ้านเฉย ๆ...เป็นปีแล้วนะ แม่ไม่เคยเห็นต้นเข้าบริษัทเลยซักครั้งเดียว เอาแต่เที่ยวเตร่ ไม่เบื่อชีวิตแบบนี้บ้างรึไงต้น”

“แม่เชื่อมั้ยว่าผมอยากช่วยงานคุณพ่อ แต่เค้าไม่อยากให้ยุ่ง”

“พิสัยน่ะเหรอ” ชูจิตมีสีหน้าไม่เชื่อคำพูดลูกชาย

“ผมพูดไปก็เท่านั้น มันไม่น่าเชื่อถือเท่าคำพูดน้องชายของแม่หรอก”

“ถ้าลูกตั้งใจทำงานจริง แม่จะช่วยแก้ไขอุปสรรคของลูกทั้งหมดให้เอง”

“แม่ไม่รู้จักบริษัทนิราลัยลึกซึ้งพอ ทุกอย่างที่แม่เห็นเป็นภาพที่น้าพิสัยจัดฉากขึ้น อย่ารับปากสิ่งที่แม่ไม่มีทางทำได้เลยครับ เค้าเตรียมการใต้ดิน รอจังหวะฮุบบริษัทตอนพ่อตายมานานแล้ว เค้าอยากได้มันมาก ผมก็ขี้เกียจทะเลาะด้วย บางทีผมอาจไปหางานอื่นทำ”

“คุณพ่อพยายามรักษาบริษัทของคุณปู่หวังจะให้ลูกสืบทอดงานต่อ พิสัยแค่ช่วยดูแล เขาไม่มีสิทธิยึดบริษัทเรานะต้น ถ้าลูกแสดงความสามารถให้ทุกคนในบริษัทได้เห็น ใครที่ไหนจะมาชิงอำนาจจากลูกไปได้ อย่าลืมซิต้น บริษัทนิราลัยเป็นของตระกูลบูรณินของเรา พิสัยไม่มีทางกีดกันเจ้าของแท้จริงได้หรอก เชื่อแม่สิ”

“ผมจะลองดูซักตั้งก็ได้ครับ”

“ต้องยังงี้สิต้น วิญญาณคุณพ่อรับรู้แล้วต้น ท่านคงจากไปอย่างหมดห่วงแล้วล่ะ”

สองแม่ลูกสวมกอดกัน ชูจิตน้ำตาคลอเบ้า พิสัยแอบฟังการสนทนาอยู่หน้าห้องทำงาน สีหน้าแววตาไม่พอใจนักกับการตัดสินใจของสองแม่ลูก

ที่ห้องแต่งศพ เจติยาตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าศพลูกค้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพอใจ พอเสร็จแล้วหญิงสาวก็เก็บอุปกรณ์แต่งหน้าแล้วยกมือไหว้ศพ ก่อนหันไปมองลุงทวีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“เสร็จแล้วค่ะลุง”

ลุงทวีนั่งหน้านิ่งขรึมจ้องมองกล่องรากบุญตรงหน้าอยู่ไปมาอย่างใช้ความคิด ไม่ได้ยินที่เจติยาเรียก เจติยาเดินเข้ามาใกล้ ลุงทวีถึงได้หลุดจากความคิดหันมามองหน้าเจติยา

“กล่องอะไรคะลุง เจเห็นคุณลุงจ้องมันมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว”

“เค้าคืนให้ลุง มันถึงเวลาของเค้าแล้ว”

“เค้านี่ใครเหรอคะ”

“ก็เจ้านายของเราน่ะสิ” ลุงทวีถอนใจออกมา ก่อนย้อนคิดไปถึงเรื่องราวของกล่องลึกลับใบนี้

ในอดีต ลุงทวีกินเหล้าหนักจนฟุบหลับอยู่ข้างถนนกลางดึกวันหนึ่ง ไม่คาดคิดมีมือหนึ่งมาเขย่าตัวลุงทวีอย่างแรง ลุงทวีเผลอตาตื่น สะดุ้งเมื่อมองเห็นชายเร่ร่อนนั่งยอง ๆ เขย่าตัวตนอยู่ข้าง ลุงทวีเอ่ยปากไล่ชายเร่ร่อนให้ออกไปห่าง ๆ บอกไม่มีอะไรจะให้ ชายเร่ร่อนหน้าตื่นบอกไม่ได้มาเอาอะไรแต่มีของจะมาให้ ว่าแล้วชายเร่ร่อนก็เอากล่องรากบุญที่วางไว้ข้างตัวมายื่นให้ลุงทวี

“กล่องรากบุญ กล่องวิเศษอยากได้อะไรก็ขอ” ทันใดนั้นฝากล่องก็เปิดออก “มันเลือกแกแล้ว”

ชายเร่ร่อนดีใจมากรีบวิ่งหนีข้ามถนนไป ไม่คิดชีวิต ลุงทวีงง ๆ มองเข้าไปในกล่องเห็นเหรียญอยู่ 3 เหรียญ

“ถ้าแกเป็นกล่องวิเศษจริง ช่วยเมียฉันสิ เมียฉันเป็นมะเร็ง จะตายอยู่แล้ว”

ลุงทวีโยนกล่องทิ้งไปข้างทาง กล่องล้มกลิ้ง เหรียญกระเด็นกระจายออกมาจากกล่อง ลุงทวีเดินเมาทิ้งกล่องประหลาดไปอย่างไม่แยแส ไม่คาดคิด กล่องรากบุญพลิกกลับมาตั้ง เหรียญทั้งสามกลิ้งกลับเข้ากล่อง ฝากล่องหน้ายักษ์ปิดสนิทลงเหมือนเดิม

ลุงทวีเดินเมา ๆ เป๋ ๆ จะกลับไปบ้านตน หน้าปากซอยมีรถร่วมกตัญญูเปิดไซเรนจอดอยู่ข้างทาง ลุงทวีหันมองงง ๆ ขณะจะเดินเข้าซอย มีเจ้าหน้าที่แบกเปลใส่คนตายเดินออกมาจากซอยจะไปที่รถ ลุงทวีมองไปที่ศพ...ไม่คาดคิดทันใดนั้นศพผู้ชายในเปลลืมตาโพลงมองลุงทวี

“ช่วยฉันที”

ลุงทวีตกใจจนผงะหงายล้มนั่งไปกับพื้นถนน เจ้าหน้าที่แบกเปลผ่านไป ศพนอนหลับตาเป็นปกติ ไร้ลมหายใจ ลุงทวีตกใจแทบหายเมา กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปบ้านพักซึ่งเป็นบ้านไม้เล็ก ๆ ท้ายซอย พอมาถึงหน้าบ้านจะไขประตูเข้าบ้าน ก้มมองที่พื้นตรงหน้า ตกใจแทบช็อกเพราะกล่องรากบุญวางอยู่แล้วที่หน้าประตูเข้าบ้าน

ลุงทวีตกใจปนกลัว เตะกล่องรากบุญกระเด็นไปสุดแรง แต่พอหันหน้ามาจะเดินเข้าบ้าน กลับได้เห็นชายที่พบเป็นศพเมื่อครู่มายืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับขอให้ช่วย ลุงทวีตกใจรีบลนลานหนีเข้าบ้านไป แต่ชายที่พบเป็นศพยังตามติดไปขอร้องให้ช่วย ลุงทวีตกใจกลัวมาก

“จะให้ช่วยอะไร ฉันยอมช่วยแกแล้ว อย่ามาหลอกฉันเลย ฉันกลัวแล้ว”

ความคิดของลุงทวีต้องสะดุดลงเมื่อ โอ้เอ้ห้อยพระเต็มคอกล้า ๆ กลัว ๆ เข้ามาตามลุงทวีให้รีบไปพบพิสัยที่ห้องประชุม ลุงทวีเก็บกล่องรากบุญไว้ในลิ้นชัก ก่อนเดินนำเจติยาออกไปจากห้องแต่งศพ แต่ทันทีที่ทั้งสองออกจากห้อง ลิ้นชักโต๊ะทำงานลุงก็พุ่งเปิดออกมาเองอย่างแรง

ลุงทวีเสนอว่าโทนสีของงานน่าจะออก ดำ ๆ ประดับด้วยเหรียญตามกำแพง แขกที่มาร่วมงานอยากร่วมทำบุญก็ให้เอาเหรียญมาแปะไว้ที่กำแพง ชูจิตนึกชอบไอเดียของลุงทวี แต่พิสัยกลับค้านทันควัน

“ไม่เข้าท่า บริจาคทีละห้าบาท สิบบาท จะได้กี่ตังค์กัน โทนงานก็ออกสีหม่น ๆ อมทุกข์ชอบกล เสียชื่อบริษัทจัดงานศพครบวงจรอย่างเราหมด ผมเสนอแบบหรูหรา สีงานออกครีม ๆ ทอง ๆ ให้สมกับเป็นเจ้าของบริษัท น่าจะเหมาะสมที่สุด”

ลาภิณรีบขัดทันที “แต่ผมไม่ค่อยชอบนะครับผมอยากให้งานเป็นธีมสีขาวมากกว่า ประดับดอกไม้ขาว แขกทุกคนแต่งชุดขาว”

“ธรรมดาไปมั้ยครับ” พิสัยพยายามค้าน

“แต่ผมชอบ...เมื่อคุณพ่อไม่สั่งเอาไว้ ผมในฐานะเจ้าของบริษัทนิราลัยต่อจากคุณพ่อ ขอใช้สิทธิสรุปเลยแล้วกัน”

ชูจิตและทวี รู้สึกได้ถึงการงัดข้อกันกลาย ๆ ต่างเหล่ ๆ มองไปทางพิสัย

“เมื่อเป็นความต้องการของคุณต้นก็สรุปตามนี้ งั้นเรามาลงรายละเอียดกันต่อเลยแล้วกัน” พิสัยปั้นหน้ายิ้มแย้มก้มหน้าดูเอกสารในมือไป พร้อมแอบขบกรามอยู่ในที

ลาภิณนั่งอมยิ้มพอใจที่งัดข้อพิสัยชนะได้ในยกแรก

เจติยากลับไปช่วยมยุรีผู้เป็นแม่ขายข้าวแกงที่ตลาด ระหว่างตักกับข้าวใส่ถุงให้ลูกค้า มยุรีพูดปรับทุกข์เรื่องนทีกับเจติยา มยุรีรู้สึกว่าหมู่นี้นทีทำตัวมีลับลมคมใน กลัวจะติดยา ต้องถูกจับเข้าคุกเหมือนลูกเจ๊นง เจติยาอาสาจะไปคุยกับนทีให้

พอขายของเสร็จ กลับไปถึงบ้าน เจติยาก็รีบบุกไปคุยกับนทีที่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนทันที นทีมีท่าทีหงุดหงิดหัวเสีย ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น เจติยาขู่ว่าถ้าไม่บอกจะบุกไปถามที่โรงเรียนเอง นทีโมโหเดินหนีลงมาที่ห้องรับแขก เจติยาตามมาคาดคั้นถาม

“ครูตัดชื่อผมออกจากทีมบอลแล้ว สะใจมั้ยล่ะ แม่กับพี่ไม่ชอบให้ผมเล่นบอลอยู่แล้วนี่”

มุยรีเดินออกมาจากครัว สีหน้าไม่สบายใจ ที่เห็นพี่น้องมีปากเสียงกันเสียงดัง

“เราไม่ได้ขัดขวางเธอเล่นบอล แต่ไม่ชอบให้กลับบ้านค่ำมืดดึกดื่นเกินไป เข้าใจให้ถูกต้องซะด้วย”

“แล้วทำไมทีถึงได้โดนตัดชื่อล่ะลูก”

“ไอ้เหน่งมันประจบครูเข้าทีม ผมไม่ใช่ศิษย์รักคนโปรดเหมือนมันนี่”

“ทำไมต้องจริงจังกะเรื่องแค่นี้ด้วย เล่นบอลเพื่อสุขภาพ ไม่ติดทีม ก็เตะเล่นกับเพื่อน ๆ ก็ได้”

“มันไม่เท่ พูดไปพี่ก็ไม่เข้าใจหรอก ได้โปรดเลิกเทศนาผมซะที ผมโตแล้ว แล้วผมก็มีแม่แค่คนเดียว”

นทีเดินหนีหน้าเซ็งออกไปจากบ้าน มยุรีจับแขนเจติยาไว้ไม่ให้ตามไปเอาเรื่องนที เจติยาหันมาต่อว่ามยุรีด้วยความน้อยใจ

“ถือหางมันอีกแล้วนะแม่ มันมีเวลาว่างมาก เถลไถลไปเรื่อย แม่ต้องให้ช่วยทำงาน ช่วยขายของ มันจะได้รู้ตัวว่าไม่ใช่ลูกเศรษฐี ที่จะได้นั่งกินนอนกินตามใจชอบ”

มยุรีหน้าจ๋อย ๆ ถอนใจยาวออกมา เจติยา ฉวยโอกาสรีบวิ่งตามนทีออกไปที่หน้าบ้าน นทีเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่เหลียวหลัง สวนกับหมวดนวัชที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบเจติยา

“ทะเลาะกันอีกแล้วสิ”

“นับวันยิ่งก้าวร้าวขึ้นทุกที พูดจาไม่นับถือว่าเจเป็นพี่เลย”

“ใจเย็น ๆ น่า เด็กวัยรุ่นก็งี้แหละ...นี่เจ วันนี้พี่มีสมุนไพรบำรุงไตมาฝากคุณแม่ด้วย ญาติผู้ต้องหาเค้าแนะนำมา หญ้าไผ่น้ำ เคยได้ยินมั้ย พี่จดวิธีต้มวิธีดื่มมาหมดแล้วใครแนะนำอะไรว่าดีก็ต้องลองให้หมด”

เจติยายิ้มปลื้มใจ “ขอบคุณมากค่ะพี่หมวด” “เข้าไปหาคุณแม่เจกันเถอะ”

นวัชเดินนำเข้าบ้านไป เจติยามองตามพร้อมยิ้มชื่นชมก่อนเดินตามนวัชกลับเข้าบ้านไป

เจติยากับลุงทวีถูกเรียกไปฟังทนายเปิดพินัยกรรมของสารัชที่บ้านบูรณินด้วย พินัยกรรมถูกแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นไปตามที่สารัชเคยบอกชูจิตไว้ ส่วนพินัยกรรมส่วนที่สอง สารัชระบุจะยกหุ้นในบริษัทนิราลัยให้ทวี 10% เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทวีช่วยคลายทุกข์และให้ชีวิตใหม่จนกระทั่งสารัชพอใจกับวาระสุดท้ายของชีวิต และสารัชยังระบุจะยกหุ้นอีก 10% ให้เจติยา โดยกำหนดให้เจติยาทำงานในแผนกจัดเตรียมศพของบริษัทนิราลัย หากเจติยาลาออก หุ้นในมือต้องส่งคืนให้กับลาภิณ เงื่อนไขนี้มีกำหนดเวลาสิบปี

สารัชบอกย้ำในเอกสารว่า เจติยาจะเป็นเสาหลักในกิจการนี้ร่วมกับลาภิณเหมือนเช่นที่ลุงทวีเคยทำหน้าที่นี้มาก่อน ชูจิตกับลาภิณชำเลืองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกประหลาดใจปนกังขา สารัชฝากจดหมายไว้ให้ทวีหนึ่งฉบับ ชูจิตเองแม้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องเจติยา แต่ไม่ได้คัดค้านอะไร

มยุรีเป็นลมที่ตลาด ถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล นวัชโทรศัพท์ติดต่อเจติยาไม่ได้ จึงบุกมาตามหาตัวถึงบ้านบูรณิน เจติยารีบยกมือไหว้ลาทุกคนก่อนเดินตามนวัชออกไป ลาภิณแอบเหล่มองตามเจติยาไปด้วยสีหน้าติดใจ ยังเคลือบแคลงสงสัยในตัวผู้หญิงคนนี้

มยุรีไม่ไปฟอกไตตามนัด เลยเกิดอาการช็อก หมอกำชับว่าต่อไปต้องพามยุรีมาฟอกไตตามเวลานัดสม่ำเสมอ แล้วต้องเข้มงวดทั้งเรื่องอาหารการกิน การทำงาน แล้วต้องเพิ่มการพักผ่อนให้ มาก ๆ ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตเร็วขึ้น

เจติยาโมโหที่นทีไม่ยอมพาแม่ไปหาหมอ หญิงสาวรีบโทรศัพท์ติดต่อหาทันที พอได้ยินเสียงนทีอู้อี้เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนเจติยาก็ยิ่งโมโห รีบกลับไปต่อว่านทีที่บ้านทันที พอไปถึงได้กลิ่นเหล้าโชยหึ่งจากตัวนทีก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก

“แกรู้มั้ยว่าแม่ช็อกหมดสติอยู่ที่ตลาด โดนหามเข้าไอซียูไปแล้ว แกน่าจะอยู่เป็นเพื่อนแม่มากกว่าไปกินเหล้ากับเพื่อน”

นทีรู้สึกผิดเดินเบี่ยงตัว ไปกระแทกตัวลงนั่งที่เตียง หน้าหงิกงอ

“แกก็รู้ว่าแม่ต้องฟอกไต ค่าใช้จ่ายรักษาแม่ไม่ใช่น้อย ถ้าแกไม่ทำตัวให้ดีกว่านี้ คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือแกนะนทีถ้าบ้านเราไม่มีเงินพอใช้ จะเอาเงินที่ไหนส่งแกเรียน”

“ผมไม่ยอมเลิกเรียนเด็ดขาด”

“แล้วแกจะยอมเห็นแม่ตาย เพื่อให้แกได้เรียนต่อแบบไม่เอาไหนยังงี้น่ะเหรอ พอพี่จบ ได้งานทำประจำ รายได้พี่จะเอามารักษาแม่เป็นหลัก เพื่อตอบแทนที่ท่านอดทนเลี้ยงดูพวกเรามาอย่างยากลำบาก ส่วนแกถ้าไม่ตั้งใจเรียนพี่จะให้ออกมาทำงาน เพราะที่ผ่านมา พี่เห็นแล้วว่ามันไม่คุ้มค่า ถ้าพี่จะต้องเหนื่อยเพื่อแก”

“พี่ไม่ต้องมาขู่ผมหรอก”

“ฉันพูดจริง ถ้าแกเป็นคนหาเงิน แล้วมีพี่คอยผลาญเงิน แกจะเก็บพี่ไว้บูชามั้ยล่ะ” เจติยา จ้องหน้าสายตาเหยียด ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องปิดประตูกระแทกโครม

นทีขบกรามแน่นกับคำขู่ของพี่สาว สีหน้าใช้ความคิดหาทางให้ตนได้เรียนต่อให้ได้

หลังทุกคนกลับไปหมดแล้ว ลาภิณตัดสินใจคุยกับชูจิตเรื่องพินัยกรรม

“ผมยังติดใจไม่หายนะแม่ที่พ่อยกหุ้นให้สองคนนั่น ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่”

“พ่อเป็นคนมีเหตุผลนะต้น พ่อคงอยากตอบแทนน้ำใจของทวีจริง ๆ”

“แต่เด็กผู้หญิงคนนั้น ผมว่าไม่ควรได้ มันมากเกินไปหน่อย”

“เรื่องยัยเด็กนี่แม่ก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน พูดก็พูดเถอะ จะใช่พวกเด็กใจแตก แอบกิ๊กกั๊กกับพ่อเรารึเปล่าก็ไม่รู้ เห็นว่างเป็นไม่ได้ ต้องขลุกอยู่ในห้องแต่งศพด้วยกันตลอด ใช้นายทวีเป็นไม้กันหมา คิดว่าแม่รู้ไม่ทันเหรอ”

“นั่นสิครับ ถึงขนาดเขียนพินัยกรรมให้กัน คงกะรวยทางลัด ผมล่ะเกลียดจริง ๆ ผู้หญิงแบบนี้”

“แต่ก็เอาเถอะ ถ้าเด็กนั่นลาออก หุ้นก็ต้องส่งคืนให้ลูกตามเงื่อนไขอยู่ดี เลี้ยงมันเอาไว้ใช้ไปก่อน เด็กคนนี้คล่อง ทำศพก็ได้ รับลูกค้า พีอาร์ ได้หมด”

“โชคดีที่พ่อกำหนดแผนกให้เธอทำไว้นะครับ ไม่งั้นถ้าเธอโลภอยากเป็นผู้จัดการขึ้นมาจะยุ่ง”

“ตอนนี้ต้นก็ขึ้นมาบริหารแทนแล้ว ค่อยรับคนใหม่มาช่วยทวีแล้วหาทางบีบให้มันออกไปแล้วกัน แม่ก็ไม่ชอบขี้หน้ามันนักหรอก พ่อเราอวยจนเกินเหตุ”

พิสัยแอบฟังการสนทนาอยู่ห่าง ๆ “พวกมันสมควรได้กว่าฉันตรงไหน ที่นี่จะเป็นของลูกแกได้อีกไม่นานหรอก”

บรรยากาศงานสวดศพของสารัชถูกประดับประดาตกแต่งเป็นสีขาวสะอาดทั้งงานอย่างที่ลาภิณต้องการ ลาภิณ พิสัย และชูจิต ต่างช่วยกันพูดคุยต้อนรับแขกพามานั่ง โอ้เอ้และพนักงานของบริษัทอยู่ในชุดขาวคอยเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟของว่างให้แขก เจติยาในชุดขาวสะอาดเรียบหรูดูดีเดินเข้างานมาดูความเรียบร้อย ลาภิณไม่พอใจรีบปรี่เข้าไปแขวะ
“แค่ได้หุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้หมาย ความเธอจะอัพเกรดตัวเองขึ้นมาเป็นญาติกับฉันได้หรอกนะ”

เจติยาไม่พอใจ เก็บอาการ แต่น้ำเสียงก็ยังแดกดันอยู่ในที “เจก็ไม่กล้าคิดอาจเอื้อมขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“เหรอ แล้วดูเธอแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าสิ”

“ก็คอนเซปต์งานเป็นสีขาวไม่ใช่เหรอคะ”

“เธอนี่เถียงเก่งจริง ๆ นะ”

“เจไม่ได้เถียง เจพูดตามเหตุตามผล”

“แต่ฉันชอบคนเงียบแล้วฟังมากกว่า สงสัยเราจะทำงานด้วยกันลำบาก”

เจติยาชะงักไปเล็กน้อย ตนจำเป็นต้องพึ่งงานและรายได้จากที่นี่ไปรักษาแม่ ปริมเดินเข้ามาหาลาภิณพอดี เจติยาฉวยโอกาสเดินเลี่ยงหนีไปเลย ลาภิณหันมองตามเล็กน้อยก่อนเดินยิ้มแย้มไปจูงมือแฟนสาวเข้ามาไหว้ผู้ใหญ่ในงาน

เจติยาหน้าเซ็งปนหมั่นไส้ เดินออกมาจากห้องจัดงานเจอลุงทวีพอดี ลุงทวีเห็นเจติยาหงุดหงิดเลยชวนให้ไปช่วยงานที่ห้องเตรียมศพแทน

เจติยาเดินหน้าเซ็งเข้ามาในห้องแต่งศพ ไม่คาดคิดลิ้นชักโต๊ะทำงานค่อย ๆ เปิดออกมาเอง โชว์ให้เห็นกล่องรากบุญอีกครั้ง เจติยา เดินเข้าไปดูกล่องรากบุญด้วยความอยากรู้ใกล้ ๆ ลุงทวีที่เดินตามหลังมา ตัดสินใจเล่าเรื่องกล่องรากบุญให้เจติยาฟัง

“มันเป็นกล่องที่มอบความปรารถนาให้คนที่ขอจากมันได้ ถ้าเจมีความทุกข์หนักที่อยากให้มันคลายทุกข์ให้ กล่องใบนี้มอบให้ได้ทุกอย่าง”

“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะลุง”

“จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก มีสองคนพิสูจน์ความจริงข้อนี้แล้ว พวกเค้าสมหวังทุกอย่าง แต่ก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน”

“สองคนนั่นคือใครคะ”

“ลุงคนนึงล่ะ เมียลุงเคยป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ ลุงขอให้เมียลุงหายเป็นปกติ เธอหายป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ มีอายุยืนยาวอย่างแข็งแรงจนกระทั่งถูกรถชนตาย หมอยังแปลกใจที่ก้อนมะเร็งหดเล็กหายไปได้ยังไง”

“แล้วลุงแลกกับอะไรคะ”

“เลิกเหล้ากับดูแลศพตลอดชีวิต ลุงทำตามสัญญาอย่างเคร่งครัดจนเมียลุงตายจากไป ลุงเลยส่งมอบกล่องให้อีกคนซึ่งมีความทุกข์แสนสาหัส”

“ใครคะ”

“คุณสารัช...เจ้านายต้องลาออกจากงานผู้พิพากษาที่ตัวเองรัก หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนและพบว่าตนป่วยเป็นมะเร็ง คุณสารัชซึมเศร้าและหมดอาลัยกับชีวิตทั้งที่อยากอยู่ดูแลครอบครัว เจ้านายเลยใช้กล่องใบนี้ยืดชีวิตออกไป แต่ถึงจะยืดชีวิตได้ครั้งนึง ก็ยังหนีความตายไปไม่พ้น เมื่อคุณสารัชได้ทุกสิ่งที่ต้องการครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่แข็งแรง ธุรกิจประจำตระกูลมีคนสืบทอด เค้าก็เลยคืนกล่องนี้ให้ลุง เพราะมันถึงเวลาของเค้าแล้ว”

“เจอยากขอพรจากกล่องนี้บ้างจังเลยลุง เจอยากให้แม่หายป่วยจากโรคไตซะที เจยอมแลกได้ทุกอย่าง”

“กล่องนี้ไม่ใช่ของทุกคน แต่มันเลือกเจ้าของด้วยนะเจ กล่องจะส่งสัญญาณให้รู้เองว่าใครคือเจ้าของคนใหม่” ลุงทวีนึกถึงเรื่องที่ช่วยคนตายคนแรก ตอนนั้นผู้ตายขอให้ลุงทวีช่วยไปบอกที่ซ่อนสมบัติให้ญาติรู้

“นานมั้ยคะกว่าเราจะได้สิ่งที่เราขอ”

“ใจเย็น ๆ รอให้กล่องรากบุญ เลือกเจก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันต่อ”

“กล่องรากบุญ ลุงตั้งชื่อเองเหรอคะ”

“เปล่าหรอก ชายแปลกหน้าที่เป็นคนให้กล่องนี้กับลุง เป็นคนบอกไว้”

เจติยามองกล่องอย่างพิจารณา กล่องรากบุญสีดำสนิท แกะสลักฝากล่องเป็นรูปยักษ์อ้าปาก ดูทั้งลึกลับและน่าหวาดกลัว

เช้าวันใหม่ เจติยาเห็นมีชาวบ้านมายืนมุงดูอยู่หน้าบ้านป้านิภาเต็มไปหมด จึงเดินเข้าไปถาม
นวัชที่เดินสวนออกมาพอดี นวัชบอกให้รู้ว่าป้านิภากินยาฆ่าตัวตาย เจติยาตกใจมากเพราะเมื่อวันก่อนยังเห็นป้านิภามาซื้อกับข้าวที่ร้านดี ๆ อยู่เลย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยขนศพป้านิภานอนบนเปลหามออกมา เจติภาหันไปมองเห็นป้านิภาซีดขาวนอนหลับตานิ่งอยู่ในเปลไม่คาดคิดศพป้านิภาเด้งขึ้นนั่ง ลืมตาโพลง พูดกับเจติยา

“บอกความจริง”

เจติยาร้องลั่นด้วยความตกใจ ผงะถอยไปหลายก้าว ก้มหน้าก้มตา นวัชรีบวิ่งกลับมาหา เจติยามองตามศพป้านิภาไป เธอก็นอนตายสงบอยู่บนเปล เจติยาใจเต้นไม่เป็นระส่ำรีบเดินเร็วกลับเข้าบ้านไป

“คนกันเองแท้ ๆ ไม่น่าหลอกกันเลยป้า”

เจติยาหันกลับมาจะเดินไปขึ้นบันได ไม่คาดคิดเห็นป้านิภายืนหน้าซีดขาวเป็นกระดาษอยู่ข้าง ๆ เจติยากรีดร้องสนั่นลั่นบ้าน วิ่งขึ้นบันไดบ้านไป สะดุดตกบันไดเล็กน้อย แต่ก็ยังตะเกียกตะกายวิ่งขึ้นบ้านหนีไป ป้านิภามองตามเจติยาไปสีหน้า นิ่ง ๆ แอบมีความหวังบางอย่าง

เจติยาวิ่งหนีกลับไปที่ห้องนอน พบป้านิภายืนนิ่งรออยู่ในห้องอยู่แล้ว ป้านิภาพูดกับเจติยาว่าให้บอกความจริง เจติยาร้องลั่นวิ่งกระโจนขึ้นนั่งกลางเตียง ดึงผ้าขึ้นคลุมโปง

“ฉันกลัวแล้วป้า อย่ามาหลอกฉันเลย อยากกินอะไร พรุ่งนี้ฉันทำบุญไปให้”

“หนูเจไม่ต้องกลัวป้า ป้าไม่ทำอะไรหนูหรอก ป้าต้องการความช่วยเหลือ”

“ป้าไปอยู่ไกล ๆ เจก่อนได้มั้ย ชิดหน้าต่างไปเลยนะป้า”

“ได้จ้ะหนูเจ”

“ป้าไปแล้วแน่นะ ห้ามมาปรากฏตัวต่อหน้าเจเด็ดขาดนะป้า”

เจติยาขยับตัวหันหลังให้หน้าต่างแล้ว ค่อย ๆ ลดผ้าห่มคลุมโปงออก

“ช่วยป้าด้วยเจ”

“ป้าจะให้หนูช่วยอะไร”

“ป้าไม่ได้ฆ่าตัวตาย”เจติยาตกใจมาก ถามพร้อมหันไปมองอย่างลืมตัว “แล้วใครฆ่าป้า”

เจติยาเห็นป้านิภายืนหน้าซีดอยู่ริมหน้าต่างจะ ๆ แหกปากร้องลั่น ถอยหนีจนตกเตียง ลงมานอนเจ็บตัวอยู่กับพื้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก เดลินิวส์

T-ser รากบุญ


ขอบคุณ ทีเซอร์ จาก  TVScene1

รากบุญ เรื่องย่อ นักแสดง



บทประพันธ์ : ช่อมณี ผลิตโดย :บริษัท ทีวีซีน จำกัด
ผู้จัดละคร : ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ละครแนว : ลึกลับ สืบสวน ให้แง่คิดเรื่องความสุขแท้จริงจากการทำบุญ คุณค่าของเวลา

-------------------------------------------
เรื่องย่อ
เมื่อราชาแห่งนรกต้องการค้นหาคนที่รู้จักการทำบุญแท้จริง จึงส่งกล่องลึกลับใบหนึ่งมาบนโลกนานหลายร้อยปีแล้ว แต่เขาไม่เคยได้คำตอบที่พอใจและกลับสะสมพลังกิเลสของมนุษย์ไว้เพียบ เจ้าของกล่องล้วนต้องรับภารกิจแตกต่างกันไปตามบททดสอบของเขา แต่ไม่มีใครชนะกิเลสได้เลย เจติยา เจ้าของกล่องคนล่าสุดจำใจต้องยอมรับเงื่อนไขจากนรกแลกกับสถานภาพการเงินของครอบครัว โดยมีชีวิตเป็นเดิมพันหากทำไม่สำเร็จ สิ่งที่เธอได้รับอย่างไม่คาดฝันและน่ากลัวมาก คือ การได้ยินเสียงของคนตายและรับรู้นาทีสุดท้ายของลมหายใจ ภารกิจคือ ทำทุกคำร้องขอจากคนตายให้สมปรารถนาเจติยา เป็นผู้ช่วยตกแต่งศพในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เธอจึงต้องพบและใกล้ชิดกับศพซึ่งมีชีวิตเบื้องหลังแตกต่างกัน เมื่อรับเงื่อนไขจากนรกแลกกับทุกคำขอที่เธอต้องการ ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากและเสี่ยงตายเพิ่มขึ้น แต่ละงานที่เธอพบล้วนได้ใช้ความรู้ ความสนใจ ด้านกฎหมายและนิติวิทยาศาสตร์ อย่างเต็มที่ ความน่าสนใจอยู่ที่เบื้องหลังคนตายที่เธอแทบไม่เชื่อว่าคนตายจะต้องพานพบหนักหนาสาหัสนัก และความสุขจากการทำให้คนตายสมปรารถนาซึ่งเธอไม่เคยรับรู้มาก่อน ต่อมาเธอจึงตระหนักว่า แท้จริงแล้วการทำให้คนตายไม่มีสิ่งค้างคาใจ คือ การทำบุญส่งคนตายสู่สุคติอย่างแท้จริง เธอมองเห็นด้านมืดของกล่องใบนั้น พลังกิเลสไม่ต้องการให้เธอเป็นเจ้าของกล่องต่อไป การต่อสู้ระหว่างเธอกับตัวแทนกิเลสมนุษย์จึงเริ่มต้นขึ้นรากบุญ นำเสนอความสนุก ความลึกลับ อารมณ์ลุ้นระทึกกับการทำงานของเจติยาและเพื่อน ความรักระหว่างเขาและเธอก่อสร้างขึ้นท่ามกลางความลับของเธอและอันตรายจากตัวแทนกิเลส ผลตอบแทนที่เธอได้รับจากการทำงานตามเงื่อนไขของราชานรก การรับรู้ความหมายแท้จริงของการทำบุญโดยปราศจากสิ่งตอบแทนคืออะไร เจติยาจะค้นพบคำตอบทั้งหมดใน รากบุญ

รายชื่อนักแสดง
ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล
มาร์กี้ ราศี บาเลนซิเอก้า
เฟิร์ส เอกพงศ์ จงเกษกรณ์
แจ็คกี้ ชาเคอรีน
กิก ดนัย จารุจินดา
แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์